ศุกร์, เมษายน 18, 2014


   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.227.62.141

ค้นหา

การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

                                     การต่อกิ่งแบบเชื่อมสะพาน(Bridge grafting)

ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

                ในแผนที่ภูมิอากาศจะมีตัวอักษร H และ L แสดงศูนย์กลางความกดอากาศสูง และศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้น จึงไม่มีค่ากำหนดความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำที่แน่นอน แต่เป็นปฏิสัมพัทธ์ระหว่างจุดสองจุด ความกดอากาศสูง เกิดขึ้นเมื่อมวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเล (ที่เย็น) ถูกทำให้เย็นลง มวลอากาศที่เย็นลงจะหดตัวและทำให้มวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเลบางลง การหดตัวของมวลอากาศท...

น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

                    น้ำค้างแข็ง (Frost) คือปรากฏการณ์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะตามยอดหญ้าและใบไม้ในช่วงฤดูหนาว เกิดจากไอน้ำในอากาศที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวดินมีอุณหภูมิลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง มักเกิดบนยอดภูเขาสูง ปรากฏการณ์นี้อาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย          แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

         “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุด ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ตามเวลาในประเทศไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากขอบฟ้าประมาณ 30 องศา ระหว่างดาวพอลลักซ์กับดาวคาสเตอร์ในกลุ่มดาวคนคู่ สำหรับปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์เท่าใดนักเนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ 11-12 ค่ำ ดวงจันทร์เกือบเต็มดวง แสงสว่างของดวงจันทร์จึงน...

โคมลอยเชิงฟิสิกส์

มีหลักการดังนี้ครับประการรแรก อากาศมีแรงกดดันในทุกทิศทาง แรงกดนี้มีทั้งแรงกดและแรงผลัก มันจะผลักสิ่งที่เบากว่า ประการที่สอง อากาศมีน้ำหนัก อากาศที่มีมวลมากกว่าจะมีแรงกดดันมากกว่าที่พื้นผิวของโลก แรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดอากาศไว้ ทำให้อากาศบริเวณพื้นผิวมีมวลมากกว่า มีความหนาแน่นมากกว่า แรงกดดันของอากาศจะมีมากบริเวณที่ห่างออกไปเมือเราจุดโคมไฟ ทำให้อากาศในโคมร้อนขึ้น ทำให้อากาศขยายตัว ในโคมมีปริมาตรที่จำกัด ไม่สามารถขยายตัวตามอากาศได้ จึงทำให้อากาศส่วนหนึ่งหลุดออกจากโคม เพราะฉนั้น...

  • การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

    วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2014 เวลา 09:37 น.
  • ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:20 น.
  • น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:01 น.
  • “ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

    วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2013 เวลา 13:23 น.
  • โคมลอยเชิงฟิสิกส์

    วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2013 เวลา 03:52 น.
Warning: Parameter 3 to mb_videobot() expected to be a reference, value given in /home/physicsu/domains/physics2u.org/public_html/libraries/joomla/event/dispatcher.php on line 136

การนำไฟฟ้า

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
 
 
การนำไฟฟ้า

ตัวนำไฟฟ้า เป็นตัวกลางให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน

การนำไฟฟ้า เกิดจากการเคลื่อนที่ของอิเลคตรอนอิสระ

ไอออนบวก ไอออนลบ

กระแสไฟฟ้าในตัวนำ

I = กระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A)

Q = จำนวนประจุทั้งหมด มีหน่วยเป็นคูลอมบ์

t = เวลาที่อนุภาคเคลื่อนที่ผ่าน มีหน่วยเป็นวินาที

n = จำนวนอิเลคตรอนอิสระในหนึ่งหน่วยปริมาตร

ของตัวนำ

e = ประจุไฟฟ้าของอิเลคตรอน = 1.6x10-19 คูลอมบ์

v = ความเร็วของอิเลคตรอนในตัวนำ หน่วยเป็น

เมตร/วินาที

A = พื้นที่ภาคตัดขวางของตัวนำ หน่วยเป็น

ตารางเมตร

ทิศของกระแสไฟฟ้าจะมีทิศทางไปทางเดียวกับสนามไฟฟ้า

หรือจากจุด ที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ

แต่จะมีทิศทางตรงข้ามกับกระแสอิเลคตรอน(ประจุลบ)

กฎของโอห์ม

"เมื่ออุณหภูมิคงที่ ค่าของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน

ในตัวนำ จะแปรผันตรงกับความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่าง

ปลายทั้งสองของตัวนำนั้น"

V = IR

V = ความต่างศักย์ มีหน่วยเป็นโวลต์ (V)

I = กระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A)

R = ความต่านทาน มีหน่วยเป็นโอห์ม

ความต้านทานและสภาพต้านทาน

R = ความต้านทาน 

 สภาพต้านทาน มีหน่วยเป็นโอห์ม-เมตร

เป็นความยาว มีหน่วยเป็นเมตร (m)

A = พื้นที่หน้าตัด มีหน่วยเป็นตารางเมตร (m2)

ค่าสภาพต้านทานของโลหะแต่ละชนิดจะมีค่าไม่เท่ากัน

แต่ชนิดเดียวกันจะเท่ากันเสมอ

ความนำไฟฟ้าและสภาพนำไฟฟ้า

สารใดที่มีความต้านทานมากจะยอมให้กระแสไฟฟ้า

ไหลผ่านได้น้อย แสดงว่าสารนั้นมีความนำไฟฟ้าน้อย

ความนำไฟฟ้าจะเป็นส่วนกลับของความต้านทาน

ความนำไฟฟ้า มีหน่วยเป็นซีเมนต์ (S)

สภาพนำไฟฟ้า โดยสารใดที่มีสภาพต้านทานมาก

จะมีสภาพนำไฟฟ้าน้อย จะเป็นส่วนกลับของสภาพต้าน

ทาน มีหน่วยเป็นซีเมนต์ต่อ เมตร

สภาพนำไฟฟ้า

อุณหภูมิกับความต้านทาน

อุณหภูมิยิ่งสูงความต้านทานก็จะมากขึ้น ซึ่งจะเป็น

ไปตามความ สัมพันธ์

R = ความต้านทานที่อุณหภูมิ t oC

R0 = ความต้านทานที่อุณหภูมิ 0 oC

t = อุณหภูมิ

สัมประสิทธิ์อุณหภูมิของความต้านทาน

การต่อตัวต้านทาน

การต่อตัวต้านทาน แบ่งออกเป็น 3 วิธีคือ

1. การต่อแบบอนุกรม เป็นการนำเอาตัวต้านทานมา

ต่อกันตามยาว

R1 , R2 , R3 - ความต้านทานที่นำมาต่อแบบอนุกรม

V1 , V2 , V3 - ความต่างศักย์ที่วัดได้บน R1 , R2 , R3

I1 , I2 , I3 - กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน R1 , R2 , R3

สรุปได้ดังนี้

1. Rรวม หรือ RAB = R1 , R2 , R3

2. Iรวม หรือ IAB = I1 = I2 = I3

3. Vรวม หรือ VAB = V1 + V2 + V3 = I1R1 + I2R2 + I3R3

2. การต่อแบบขนาน เป็นการนำความต้านทานแต่ละ

ตัวมาเรียงซ้อนกัน โดยจะไปรวมกันที่ปลายแต่ละข้าง

R1 , R2 , R3 = ความต้านทานที่นำมาต่อแบบขนาน

I = กระแสรวมที่ไหลเข้า

VAB = ความต่างศักย์รวม

สรุปได้ดังนี้

2. Iรวม = IAB = I1 + I2 + I3

3. Vรวม = VAB = V1 = V2 = V3

ดังนั้น I1R1 = I2R2 = I3R3

3. การต่อแบบ Wheatstone Bridge ประกอบด้วยความ

ต้านทาน 5 ตัว ถ้าวงจรสมดุล จะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล

ผ่าน R5

แรงเคลื่อนไฟฟ้า

แรงเคลื่อนไฟฟ้า เป็นแรงดันไฟฟ้าของเซลล์ที่จะดัน

ให้กระแสไฟ ฟ้าไหลได้ครบวงจร

E = VR + Vr และ V = IR

E = I (R + r)

E = แรงเคลื่อนไฟฟ้า มีหน่วยเป็นโวลต์ (V)

I = กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร มีหน่วย

เป็นแอมแปร์

R = ความต้านทานภายนอก มีหน่วยเป็นโอห์ม

r = ความต้านทานภายใน มีหน่วยเป็นโอห์ม

การต่อเซลไฟฟ้ากระแสตรง

1. ต่อแบบอนุกรม

Eรวม = E1 + E2 + E3 + E4

rรวม = r1 + r2 + r3 + r4

E = แรงเคลื่อนไฟฟ้า (ถ้ามีเซลต่อกลับขั้วต้องคิดเครื่อง

หมายเป็นลบ(-)

r = ความต้านทานภายใน

n = จำนวนเซล

R = ความต้านทานภายนอก

2. ต่อแบบขนาน

Eรวม = E1 = E2 = E3

rรวม =

กฎของเคอร์ชอฟฟ์

1. ในวงจรกระแสไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าทั้ง

หมด ณ จุดหนึ่ง = กระแสไฟฟ้าที่ไหลออกจากจุดนั้น

I = I1 + I2 + I3

2. ในวงจรไฟฟ้าที่ครบวงจร ผลบวกทางพีชคณิตของ

ผลคูณ ระหว่างกระแสไฟฟ้า กับความต้านทานในวงจรนั้น

= แรงเคลื่อนไฟฟ้า รวมตลอดทั้งวงจรนั้น

อุปกรณ์วัดทางไฟฟ้า

1. แอมมิเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงมาจากแกล

แวนอมิเตอร์ จะมีความต้านทานน้อน เพื่อวัดกระแสได้

มาก ๆ ใช้วัดกระแสไฟฟ้าโดยการต่อแบบอนุกรม

2. โวลต์มิเตอร์ ใช้วัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า โดยนำ

ไปต่อแบบ ขนานกับวงจรโวลต์มิเตอร์ที่ดีจะต้องมีความ

ต้านทานมากเพื่อกระแสไฟ ฟ้าผ่านได้น้อย

Iรวม = IS = Ig

Vรวม = VS + Vg

= ISRS + IgRg

V = I (RS + Rg)

พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้า

W = พลังงานไฟฟ้า มีหน่วยเป็นจูล

Q = ประจุไฟฟ้าที่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้า

V = ความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของเครื่องใช้

ไฟฟ้า

I = กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในเวลา t

วินาที

R = ความต้านทาน

t = เวลา

กำลังไฟฟ้า คือ พลังงานไฟฟ้าที่ถูกเปลี่ยนไปในหนึ่งหน่วย

เวลา มีหน่วยเป็นวัตต์หรือจูล/วินาที

P = กำลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

 

 

 

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง :: กิโลเมตรที่ 13  ถนน บุรีรัมย์-พุทไธสง  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  31000 :: GPS  ละติจูด/ลองจิจูด 15.099714966081287 N  / 103.04489135742188 E
 
E-mail :: phaithul@hotmail.com