จันทร์, ตุลาคม 14, 2019
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

35.173.50.107

ค้นหา

Micro Full Moon

โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญส่อง จันทรุปราคาเต็มดวง (พระจันทร์สีเลือด) วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เริ่มคลาดเวลา 01:35-05:05 น. (คืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2561)และเป็นวันที่ดวงจันทร์มีขนาดเล็กที่สุด ที่เรียกว่า ไมโครฟลูมูน (Micro Full Moon) ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์ “เต็มดวงและโคจรอยู่ห่างจากโลกที่สุด” .

  • conjunction

    วันพุธที่ 23 มกราคม 2019 เวลา 03:19 น.
  • ส่องชมจันทร์ วันลอยกระทง ปี 2561

    วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018 เวลา 09:14 น.
  • งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๖๘ ปีการศึกษา ๒๕๖๑

    วันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2018 เวลา 09:48 น.
  • Micro Full Moon

    วันศุกร์ที่ 06 กรกฏาคม 2018 เวลา 10:08 น.
  • BLUE MOON2

    วันอังคารที่ 09 มกราคม 2018 เวลา 08:09 น.

ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity - rH)

บทความ วิทยาศาสตร์น่ารู้

User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 

                          

ความชื้นสัมพัทธ์(Relative Humidity - rH)

      หน่วยวัดที่นิยมใช้ในการวัดระดับความชื้นในอากาศ ได้แก่ ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity - rH) ซึ่งหมายถึง อัตราส่วน ของปริมาณไอน้ำ ที่มีในอากาศ ณ ขณะนั้นเทียบกับ ปริมาณไอน้ำที่อากาศจะรองรับได้ หากระดับไอน้ำ ณ ขณะนั้นมากเกินกว่า (> 100%) ความสามารถของอากาศ จะรองรับได้ ไอน้ำจะควบแน่น (Condensation) และกลายเป็นหยดน้ำในที่สุด แรงดันไอน้ำ และความสามารถในการรองรับปริมาณไอน้ำ ณ อุณหภูมิที่สูงกว่า จะมีมากกว่าแรงดันไอน้ำ และ ความสามารถ ในการรองรับปริมาณไอน้ำ ณ อุณหภูมิที่ต่ำกว่า โดยเหตุนี้การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จะมีผลโดยตรงต่อแรงดันไอน้ำ และความสามารถดังกล่าว ระดับอุณหภูมิที่ทำให้ไอน้ำเกิดการอิ่มตัว (Saturation) และควบแน่น เรียกว่า จุดน้ำค้าง (Dew Point) ตารางต่อไปนี้ แสดงถึงจุดน้ำค้าง (องศาเซลเซียส-c) แรงดันไอน้ำ และปริมาณไอน้ำ ณ อุณหภูมิต่าง ๆ

     ในการรายงานสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา  นอกจากจะรายงานอุณหภูมิและสภาพอากาศว่าฝนจะตกหรืออากาศจะแจ่มใสแล้ว   ยังรายงานเกี่ยวกับความชื้นสัมพัทธ์  (relative  humidity)  ด้วย  ความชื้นสัมพัทธ์  คืออะไร
ระดับความแห้งและความชื้นของอากาศเรียกว่า  ความชื้น (humidity)  ค่าความชื้นมี  2  แบบ   คือ  ค่าความชื้นสัมบูรณ์  และค่าความชื้นสัมพัทธ์
มวลของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศปริมาตรหนึ่งหน่วยเรียกว่า  ความชื้นสัมบูรณ์  (absolute  humidity)  มีหน่วยเป็นมวลของไอน้ำต่อปริมาตรอากาศ (g/m3)  ซึ่งก็คือความหนาแน่นของไอน้ำ  (vapour  density)  ในอากาศขณะนั้น
     ถ้าแขวนเสื้อเปียกตัวหนึ่งไว้ในที่ไม่มีลมพัด  เสื้อจะแห้งเร็วหรือไม่นั้น  นอกจากจะขึ้นอยู่กับปริมาณไอน้ำในอากาศแล้ว  ยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในเวลานั้นด้วย   ถ้าอากาศมีอุณหภูมิสูง  น้ำในเสื้อจะระเหยเร็ว  จนกระทั่งความหนาแน่นของไอน้ำในอากาศมาถึงจุดหนึ่ง  ซึ่งทำให้ปริมาณไอน้ำในอากาศที่ถูกเสื้อดูดกลับไปเท่ากับปริมาณน้ำในเสื้อที่ออกมาในอากาศ  นั่นคือ  ไอน้ำที่ออกและเข้ามาถึงภาวะสมดุลไดนามิก  (dynamic  equilibrium)  ในเวลานั้นปริมาณในอากาศปริมาตรหนึ่งหน่วยเรียกว่า  ความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำในอุณหภูมิขณะนั้น  (saturated  vapour  density)  ดังนั้น  ถ้าหากแขวนเสื้อเปียกไว้ในบริเวณที่มีความหนาแน่นของไอน้ำถึงจุดอิ่มตัวแล้ว  เสื้อจะไม่แห้ง  ถึงปริมาณไอน้ำจะเท่ากัน  หากอุณหภูมิสูงขึ้นความชื้นของอากาศจะต่ำลง  ในทางกลับกันหากอุณหภูมิต่ำลงความชื้นของอากาศจะสูงขึ้น
    จากข้อความข้างบน  ทำให้เราทราบว่า  ในวันหนึ่ง ๆ  อากาศจะชื้นหรือแห้งไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของไอน้ำที่แท้จริงในขณะนั้นเท่านั้นยังขึ้นอยู่กับความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำ  ณ  อุณหภูมิขณะนั้นด้วย  หากความหนาแน่นที่แท้จริงของไอน้ำต่ำกว่าความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำค่อนข้างมาก  น้ำจะระเหยอย่างรวดเร็ว  ซึ่งเท่ากับว่าเวลานั้นอากาศแห้ง   ในทางกลับกันหากความหนาแน่นที่แท้จริงของไอน้ำใกล้เคียงกับความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำ  น้ำจะระเหยได้ยาก  ซึ่งเท่ากับว่าเวลานั้นอากาศชื้น

ค่าความหนาแน่นของไอน้ำในอากาศคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำ  ณ  อุณหภูมิขณะนั้นเรียกว่า   ความชื้นสัมพัทธ์   นั่นคือ

              ความชื้นสัมพัทธ์     =  (ความหนาแน่นของไอน้ำในอากาศ x  100%)/ความหนาแน่นอิ่มตัวของไอน้ำ ณ อุณหภูมิเดียวกัน

       ค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงสุดคือ  100% ณ ความชื้นสัมพัทธ์นี้ น้ำในวัตถุจะไม่ระเหยออกมาอีก  ในช่วงฤดูร้อนความชื้นสัมพัทธ์จะสูงถึง  90%  ในขณะที่ฤดูหนาวอาจลดต่ำลงกว่า  40 % ความชื้นสัมพัทธ์ที่พอเหมาะอยู่ราว  60-70 %  หากสูงกว่านี้เราจะรู้สึกว่าอากาศชื้นและอบอ้าว  เหงื่อแห้งช้า  แต่ถ้าต่ำกว่านี้เราจะรู้สึกว่าผิวแตกแห้ง  คัน  และไม่สบายตัว

       ในฤดูร้อนเครื่องปรับอากาศไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิห้องลดลงเท่านั้น  ยังทำให้ความหนาแน่นของไอน้ำในห้องลดลงด้วย  (น้ำที่ถูกดึงออกมาจะกลายเป็นหยดน้ำออกด้านนอก)  เพราะไม่เช่นนั้นความชื้นสัมพัทธ์จะสูงขึ้นทำให้ไม่สบายตัว  ในฤดูหนาว  หากใช้เครื่องทำความร้อน  ควรต้มน้ำด้วยเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของไอน้ำในอากาศ  เพราะไม่เช่นนั้นความชื้นสัมพัทธ์จะต่ำเกินไปทำให้ผิวหนังแห้งแตก

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit