จันทร์, ตุลาคม 14, 2019
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

35.173.50.107

ค้นหา

Micro Full Moon

โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญส่อง จันทรุปราคาเต็มดวง (พระจันทร์สีเลือด) วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เริ่มคลาดเวลา 01:35-05:05 น. (คืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2561)และเป็นวันที่ดวงจันทร์มีขนาดเล็กที่สุด ที่เรียกว่า ไมโครฟลูมูน (Micro Full Moon) ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์ “เต็มดวงและโคจรอยู่ห่างจากโลกที่สุด” .

  • conjunction

    วันพุธที่ 23 มกราคม 2019 เวลา 03:19 น.
  • ส่องชมจันทร์ วันลอยกระทง ปี 2561

    วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2018 เวลา 09:14 น.
  • งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๖๘ ปีการศึกษา ๒๕๖๑

    วันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2018 เวลา 09:48 น.
  • Micro Full Moon

    วันศุกร์ที่ 06 กรกฏาคม 2018 เวลา 10:08 น.
  • BLUE MOON2

    วันอังคารที่ 09 มกราคม 2018 เวลา 08:09 น.

Polar Vortex คืออะไร

บทความ วิทยาศาสตร์น่ารู้

User Rating: / 4
แย่ดีที่สุด 



โพลาร์ วอร์เทกซ์ ( polar vortex ) หรือ ลมวนขั้วโลก

ประการแรก เกิดพายุหิมะพัดถล่มอเมริกาเหนืออย่างหนัก จนทำให้มีหิมะปกคลุมหลายพื้นที่สูงนับสิบเซนติเมตร และต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อเกิด โพลาร์ วอร์เทกซ์ (polar vortex) หรือลมวนขั้วโลก ที่ได้ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว จนบางพื้นที่อาจติดลบถึง 51 องศาเซลเซียส นำมาซึ่งคำถามที่ว่า โพลาร์ วอร์เทกซ์ คืออะไร และปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศมากน้อยแค่ไหน

โพลาร์ วอร์เทกซ์ คือพายุที่เกิดจากลมหมุนวนในลักษณะทวนเข็มนาฬิกา ด้วยความเร็วสูงบริเวณขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดอากาศที่หนาวเย็นปกคลุมไปทั่วภาคพื้นที่โดยรอบของมหาสมุทรอาร์กติก โดยประเทศทางตอนเหนือจะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ และโพลาร์ วอร์เทกซ์ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นพายุแค่เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่อาจจะมีหลายลูกเกิดขึ้นพร้อมกันได้ และมันอาจจะหมุนวนผิดทิศทาง จนทำให้เกิดการเคลื่อนตัวลงทางใต้ได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด

ซึ่งการหมุนวนผิดทิศทางดังกล่าวนี้ จะมีขึ้นก็ต่อเมื่อกระแสลมวนจากขั้วโลกเหนือ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การหมุนของลม ถูกเปลี่ยนทิศ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ลมวนจากขั้วโลกเหนือก็จะเคลื่อนลงมาทางตอนใต้ หรือที่เรียกกันว่า Arctic Oscillation จนทำให้พื้นที่ที่อยู่ต่ำลงมาจากขั้วโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือเอเชีย ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็นอย่างรุนแรง

ส่วนความรุนแรง และอันตรายที่เกิดขึ้นจาก โพลาร์ วอร์เทกซ์ นั้น จะมีระดับที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่า ลมวนจากขั้วโลกดังกล่าว กินพื้นที่กว้างขวางแค่ไหน และเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานเท่าใด และหากว่า โพลาร์ วอร์เทกซ์ เคลื่อนไปเจอกับพื้นที่ ที่มีอากาศอบอุ่น หรืออากาศที่ร้อน ก็อาจส่งผลให้เกิดความรุนแรงจากพายุลูกอื่นๆตามมาได้

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ภัยหนาวรุนแรงในสหรัฐฯและแคนาดาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ เป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อนใช่หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายตอบว่า หากจะมองภาพรวมในระยะสั้น ก็คือใช่ เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการแปรปรวนของสภาพอากาศ แต่ผลงานวิจัยหลายชิ้นก็ได้ยืนยันแล้วว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้อากาศโลกแปรปรวนนั้น ก็คือการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำอุ่น – น้ำเย็น ที่เปลี่ยนไป ทำให้บางพื้นที่มีอากาศหนาวเย็นมากกว่าปกติ ขณะที่ บางพื้นที่ เกิดคลื่นความร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งคงต้องอาศัยเวลาในการค้นคว้าวิจัยต่อไป

         50 รัฐในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ภาคตะวันตกกลาง (มิดเวสต์) ไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังได้รับผลกระทบอย่างจาก การบิดเบี้ยวของลมวนขั้วโลก หรือ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ (polar vortex) ซึ่งทำให้มวลอากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ ไหลลงมาทางตอนใต้มากกว่าปกติ จนอุณหภูมิในสหรัฐฯดิ่งต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง...

 แล้วโพลาร์ วอร์เท็กซ์ คืออะไร? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยแบรนดอน มิลเลอร์ นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ให้คำตอบเอาไว้ว่า โพลาร์ วอร์เท็กซ์ คือ กระแสลมกรด (jet stream) หมุนวนทวนเข็มนาฬิกาขนาดใหญ่ อยู่ในชั้นบรรยากาศ (ชั้นโทรโปสเฟียร์) ซึ่งปกติจะโอบล้อมขั้วโลกเหนือเอาไว้ ทำหน้าที่กักมวลอากาศเย็นให้อยู่แต่ในซีกโลกเหนือเท่านั้น แต่เนื่องจากมันไม่ได้เป็นพายุเพียงลูกเดียว จึงมีโอกาสที่มันจะบิดเบี้ยว และเคลื่อนต่ำลงมาทางใต้มากกว่าปกติ ส่งผลให้มวลอากาศเย็นทะลักมาทางใต้ได้

 (ภาพจาก wikipedia) สีฟ้าคือมวลอากาศเย็น สีชมพูคือ กระแสลมกรด และสีส้มคือมวลอากาศที่อบอุ่นกว่า

(ภาพจาก wikipedia) สีฟ้าคือมวลอากาศเย็น สีชมพูคือ กระแสลมกรด และสีส้มคือมวลอากาศที่อบอุ่นกว่า

 ส่วนความถี่ที่ โพลาร์ วอร์เท็กซ์จะเกิดการบิดเบี้ยว มิลเลอร์ระบุว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นของลมที่พัดสูงอยู่ในชั้นบรรยากาศ (upper-level winds) ที่เป็นตัวสร้างโพลาร์ วอร์เท็กซ์ ขึ้นมา โดยการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อลมดังกล่าวสูญเสียความหนาแน่นมากๆ ก็จะทำให้โพลาร์ วอร์เท็กซ์เกิดการบิดเบี้ยว และส่งผลให้กระแสลมกรด เคลื่อนตัวลึกลงไปทางใต้ สิ่งนี้เรียกว่า ความผันแปรขั้วโลกเหนือ (Arctic Oscillation) ซึ่งนำไปสู่การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของมวลอากาศเย็นในหนึ่ง หรือหลายภูมิภาคบนโลก

มิลเลอร์ กล่าวด้วยว่า การบิดเบี้ยวของโพลาร์ วอร์เท็กซ์ สามารถทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของมวลอากาศเย็น ในพื้นที่ใดก็ใดของซีกโลกเหนือ ทั้งอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชีย หรืออาจจะเกิดขึ้นพร้อมๆกันหลายจุดก็ได้ แม้จะไม่บ่อยก็นัก แต่ปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดได้หลายครั้งในแต่ละปี ในภูมิภาคต่างกันและมีความรุนแรงไม่เท่ากัน เช่นเมื่อเดือนมี.ค. 2013 ทวีปยุโรปเผชิญภาวะอุณหภูมิลดต่ำลงจากผลของโพลาร์ วอร์เท็กซ์ ทำให้การกลายเป็นเดือนมี.ค.ที่หนาวเย็นที่สุดในรอบ 50 ปี

 

 ทั้งนี้ ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้บ่อยขึ้น โดยมิลเลอร์กล่าวว่า หัวข้อนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงวิทยาศาสตร์  ซึ่งในระยะสั้นแล้ว มันเป็นไปได้ แม้จะมีเสียงแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ผลการวิจัยบางชิ้นระบุว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ ทุกวันนี้เรารู้จักสภาพาอากาศสุดขั้วหลายรูปแบบที่สามารถได้รับผลกระทบจากค่าเฉลี่ยความอบอุ่นของโลก เช่นการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก รวมถึงการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงของกระแสลมกรด ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงในหน้าร้อน และเกิดอากาศเย็นจัดในหน้าหนาว

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th และ shows.voicetv.co.th/world-update/93254.html

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit