ศุกร์, ธันวาคม 09, 2016
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.197.65.227

ค้นหา

กิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันร้องเพลงพ่อของแผ่นดิน เพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89

super full moon

ชมรมออนซอนฟิสิกส์ : ในวันที่ 14 พ.ย. 2559 “วันลอยกระทง” นี้จะเกิดปรากฎการณ์ “Super full moon” ที่จะได้เห็น “พระจันทร์ยักษ์” ใหญ่ที่สุดในรอบ ุ68 ปี!! ถ้าพลาดต้องรอไปอีกเกือบ 20 ปีกว่าจะได้เห็นอีก และเชิญชวนประชาชนร่วมส่องจันทร์ดวงโต ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ ชัดเต็มตาด้วย

โครงการโอลิมปิกวิชาการ ฟิสิกส์ ค่าย1 ปี 2559

วัตถุประสงค์1. เพื่อให้นักเรียนทั่วประเทศที่มีความรู้ ได้มีโอกาสเข้ามารับการพัฒนาศักยภาพทางปัญญาของตนเองจากศูนย์ต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค2. เพื่อเพิ่มจำนวนอาจารย์วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมที่จะช่วยกันพัฒนาการเรียนการสอนในระดับโรงเรียนให้ได้มาตรฐานสากล ให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ3. เพื่อยกระดับมาตรฐานของโรงเรียน ในด้านการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เทียบเท่าสากลกระจายอยู่ทั่วประเทศ4. เพื่อให้เยาวชนไทยที่จะไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการได้มีความพร้อมอย่างสูงเต็มที่ ทั้งภาคทฤ...

กิจกรรมค่ายนักอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเยาว์ (NECTEC eCamp)

กิจกรรมค่ายนักอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเยาว์ (NECTEC eCamp)วันที่ 17-21 ตุลาคม 2559 ณ อาคาร 36 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

  • กิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี

    วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2016 เวลา 03:57 น.
  • telescope super full moon 2016

    วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2016 เวลา 05:32 น.
  • super full moon

    วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2016 เวลา 05:33 น.
  • โครงการโอลิมปิกวิชาการ ฟิสิกส์ ค่าย1 ปี 2559

    วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2016 เวลา 02:21 น.
  • กิจกรรมค่ายนักอิเล็กทรอนิกส์รุ่นเยาว์ (NECTEC eCamp)

    วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2016 เวลา 23:18 น.

TPK Model /การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อน วิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการ ประเมินสมรรถนะ (TPK Model) (Theoretical Knowledge Model : TK, Pedagogical Knowledge : PK)
คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้รับหลักการเพื่อใช้เป็นวิธีการในการประเมินวิทยฐานะอีกรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ได้ยกเลิก การประเมิน ตาม ว.๑๗ และ ว.๕       เหตุผลสำคัญที่ให้มีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ ก็เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะคุณภาพผู้เรียน เราทราบกันทุกท่านแล้วว่า เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา มีการกำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษา จึงทำให้เกิดพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การประกันคุณภาพการศึกษา การบริหารงาน การกระจายอำนาจ ทรัพยากรและการลงทุเพื่อการศึกษา การพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาซึ่งทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่คุณภาพการศึกษาก็ยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่ยังขาด คือการเชื่อมโยงแต่ละองค์ประกอบ ขาดพลังในการทำงาน ขาดพลังในการพัฒนา การทำงานอย่างเชื่อมโยงในแต่ละองค์ประกอบ จะเป็น “Connected Solution” ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ครูผู้สอนจะมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย โดยผู้บริหารโรงเรียนช่วยส่งเสริมสนับสนุน และปัจจุบันพบว่า ครูผู้สอนยังขาดสมรรถนะทางวิชาการ และสมรรถนะด้านการสอน ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ต้องพัฒนาครูให้มีสมรรถนะทางวิชาการ และสมรรถนะด้านการสอนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนที่ยั่งยืน เมื่อครูมีความเจริญก้าวหน้าทางวิชาชีพ ผู้เรียนก็ต้องเจริญก้าวหน้า มีคุณภาพ เงื่อนไขในการดำเนินการประเมินวิทยฐานะต้องเป็นธรรม
ดังนั้น ในการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) จะเป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ ความสามารถ ในศาสตร์ของวิชาที่ครูผู้สอนขอวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) การประเมินวิทยฐานะแต่ละระดับก็จะใช้เกณฑ์ที่ต่างกัน
ดังนั้น ในการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) จะเป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ ความสามารถ ในศาสตร์ของวิชาที่ครูผู้สอนขอวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) ดังแผนภาพ

การประเมินวิทยฐานะแต่ละระดับก็จะใช้เกณฑ์ที่ต่างกัน แต่มีการประเมินทั้ง ๒ ส่วน
ระดับชำนาญการ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับเบื้องต้น และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๕๐
ระดับชำนาญการพิเศษ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับกลาง และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๖๐
ระดับเชี่ยวชาญ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับขั้นสูง และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๗๐ ดังแผนภาพ

ในการประเมินด้านความรู้ จะมีองค์กร หรือหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ และถ้าไม่ผ่านตามเกณฑ์ก็จะต้องเข้ารับการอบรม และมาสอบใหม่

การประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) เป็นการประเมินองค์ความรู้ในศาสตร์ที่คุณครูขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะที่นำ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เกณฑ์การผ่าน สมรรถนะวิชาการ ระดับวิทยฐานะชำนาญการ ผ่านเกณฑ์ระดับเบื้องต้น (Basic) ระดับชำนาญการพิเศษ ผ่านเกณฑ์ระดับกลาง (Intermediate) ระดับเชี่ยวชาญ ผ่านเกณฑ์ระดับขั้นสูง (Advance) สำหรับคะแนนการผ่านเกณฑ์สมรรถนะทางวิชาการ แต่ละระดับวิทยฐานะ ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ในที่นี้จะขอนำเสนอ ตัวอย่างแนวคิดที่เป็นองค์ความรู้ในการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ เช่น
การศึกษาปฐมวัย จะประเมินความรู้ที่เกี่ยวกับ จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก สาระการเรียนรู้ตามวัย การจัดกิจกรรมประจำวันและเทคนิคอนุบาล การประเมินพัฒนาการเด็ก การจัดมุมประสบการณ์และเครื่องเลนสนาม ผู้ปกครองศึกษา (Parent Education)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุศึกษาและพลศึกษา สาขาพลศึกษา จะประเมินที่เกี่ยวกับ ความรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ หลักวิทยาศาสตร์การกีฬาเบื้องต้นกับพลศึกษา ทฤษฎีการเรียนรู้ทางพลศึกษา หลักวิธีการสอนพลศึกษา การวัดประเมินผลทางพลศึกษา จิตวิทยาการกีฬา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สาขาสุขศึกษา จะประเมินเกี่ยวกับ ความรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ หลักวิทยาศาสตร์สุขภาพ/พฤติกรรมสุขภาพ ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสุขศึกษา หลักและวิธีการสอนสุขศึกษา การวัดประเมินผลสุขศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้
การศึกษาพิเศษ จะประเมินเกี่ยวกับ จรรยาบรรณวิชาชีพครู พระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปรัชญาแนวคิดในการจัดการศึกษาการศึกษาพิเศษ การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนตาม Individualized Program (IEP) และสามารถจัดทำแผนการสอนเฉพาะ Individualized Implementation Plan (IIP) การวัดประเมินผลและรายงานความก้าวหน้าของผู้เรียน วิจัยในชั้นเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ระบบการส่งต่อ (Transition) บริบทการทำงานกับนักสหวิชาชีพ (Multi-disciplinary Team) การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด (Least Restrictive Environment : LRS)
องค์ความรู้ที่จะใช้ในการประเมินสมรรถนะทางวิชาการที่นำเสนอไว้นี้ เป็นแนวคิดของคณะทำงานที่ได้นำเสนอในการประชุมคณะทำงาน อาจมีการปรับเปลี่ยน กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ก็จะใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ในวิชานั้นๆ ที่เป็นความรู้ของครูผู้สอนในการใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน

สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ จะประเมิน Listening Speaking Reading Writing การกำหนดการผ่านเกณฑ์ผ่านสมรรถนะแต่ละระดับ ใช้กรอบอ้างอิงของ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ถ้าคุณครูสนใจให้เข้าไปใน “Google” แล้วไปศึกษาเพิ่มเติม จะได้ความรู้เกี่ยวกับ CEFR การประเมินความรู้ของคุณครูผู้สอนภาษาอังกฤษมีเกณฑ์การผ่านแต่ละระดับ คือ

ในส่วนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน (Student Achievement) จะใช้ผลการสอบระดับชาติ ชำนาญการ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๕๐ ระดับชำนาญการพิเศษ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๖๐ ระดับเชี่ยวชาญ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๗๐
สำหรับเกณฑ์การผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณะกรรมการจะได้กำหนดให้เหมาะสม อาจมีการเปลี่ยนแปลง

การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อน วิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) เป็นแนวทางการประเมินอีกแนวทางหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นการให้ขวัญกำลังใจครูที่มีความมุ่งมั่นในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน โดยการประเมินตาม ว.๑๗ และ ว.๕ ยังใช้ประเมินเหมือนเดิม

คุณครูหลายท่าน คงมีคำถาม “แล้วจะใช้วิธีการนี้เมื่อไร ?” ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ คณะกรรมกรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านบอกว่า วิชาไหนพร้อมให้ดำเนินการได้ก่อนเลย เพราะ ก.ค.ศ. ได้รับหลักการการประเมินโดยการประเมินสมรรถนะ ซึ่งกลุ่มสารการเรียนรู้ที่มีความพร้อม ก็น่าจะเป็น “ภาษาอังกฤษ” เพราะในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ภาษาอังกฤษ ได้มีกิจกรรมอย่างเป็นระบบ หลากหลายรายการที่สอดคล้องกับการประเมินโดยการประเมินสมรรถนะ ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ คณะทำงานแต่ละสาชาวิชาก็ได้เร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าในปี ๒๕๕๖ คงได้แนวทางที่ชัดเจนในการนำมาใช้ในการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ
ศึกษานิเทศก์ ทำอย่างไร ? ศึกษานิเทศก์ก็ต้องมีการประเมินสมรรถนะทางวิชาการเช่นเดียวกับครูผู้สอน โดยเพิ่มความรู้ที่เกี่ยวกับการนิเทศการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสาขานั้นๆ และพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

สรุป.....การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและ เลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) เป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ของผู้ขอรับการประเมินในสาขาวิชาที่ขอรับการประเมินให้ ได้ตามเกณฑ์ในแต่ละระดับวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) พร้อมเขียนรายงานกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๒๐ หน้า ไม่ต้องมีการเขียนรายงานวิจัย หรือการพัฒนานวัตกรรม ไม่มีคณะกรรมการเพื่อตรวจผลงานทางวิชาการ เหมือน ว.๑๗ คุณครูท่านใดสนใจเตรียมพร้อมได้เลย จะนำความเคลื่อนไหวมานำเสนอในโอกาสต่อไป เป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านที่มีความตั้งใจในการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียน


เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit