พฤหัสบดี, เมษายน 24, 2014


   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.235.36.164

ค้นหา

การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

                                     การต่อกิ่งแบบเชื่อมสะพาน(Bridge grafting)

ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

                ในแผนที่ภูมิอากาศจะมีตัวอักษร H และ L แสดงศูนย์กลางความกดอากาศสูง และศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้น จึงไม่มีค่ากำหนดความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำที่แน่นอน แต่เป็นปฏิสัมพัทธ์ระหว่างจุดสองจุด ความกดอากาศสูง เกิดขึ้นเมื่อมวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเล (ที่เย็น) ถูกทำให้เย็นลง มวลอากาศที่เย็นลงจะหดตัวและทำให้มวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเลบางลง การหดตัวของมวลอากาศท...

น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

                    น้ำค้างแข็ง (Frost) คือปรากฏการณ์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะตามยอดหญ้าและใบไม้ในช่วงฤดูหนาว เกิดจากไอน้ำในอากาศที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวดินมีอุณหภูมิลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง มักเกิดบนยอดภูเขาสูง ปรากฏการณ์นี้อาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย          แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

         “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุด ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ตามเวลาในประเทศไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากขอบฟ้าประมาณ 30 องศา ระหว่างดาวพอลลักซ์กับดาวคาสเตอร์ในกลุ่มดาวคนคู่ สำหรับปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์เท่าใดนักเนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ 11-12 ค่ำ ดวงจันทร์เกือบเต็มดวง แสงสว่างของดวงจันทร์จึงน...

โคมลอยเชิงฟิสิกส์

มีหลักการดังนี้ครับประการรแรก อากาศมีแรงกดดันในทุกทิศทาง แรงกดนี้มีทั้งแรงกดและแรงผลัก มันจะผลักสิ่งที่เบากว่า ประการที่สอง อากาศมีน้ำหนัก อากาศที่มีมวลมากกว่าจะมีแรงกดดันมากกว่าที่พื้นผิวของโลก แรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดอากาศไว้ ทำให้อากาศบริเวณพื้นผิวมีมวลมากกว่า มีความหนาแน่นมากกว่า แรงกดดันของอากาศจะมีมากบริเวณที่ห่างออกไปเมือเราจุดโคมไฟ ทำให้อากาศในโคมร้อนขึ้น ทำให้อากาศขยายตัว ในโคมมีปริมาตรที่จำกัด ไม่สามารถขยายตัวตามอากาศได้ จึงทำให้อากาศส่วนหนึ่งหลุดออกจากโคม เพราะฉนั้น...

  • การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

    วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2014 เวลา 09:37 น.
  • ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:20 น.
  • น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:01 น.
  • “ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

    วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2013 เวลา 13:23 น.
  • โคมลอยเชิงฟิสิกส์

    วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2013 เวลา 03:52 น.
Warning: Parameter 3 to mb_videobot() expected to be a reference, value given in /home/physicsu/domains/physics2u.org/public_html/libraries/joomla/event/dispatcher.php on line 136

รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง/การพัฒนาข้าราชการครูก่อนแต่งตั้ง ให้มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

User Rating: / 20
แย่ดีที่สุด 
ดัชนีบทความ
รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง/การพัฒนาข้าราชการครูก่อนแต่งตั้ง ให้มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
2
3
4
5
6
7
8
9
ทุกหน้า

 
บทนำ

ความเป็นมา

สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (2554 : 1-2) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 80 บัญญัติให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติ และจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และความก้าวหน้าแก่ราชการ ประกอบกับ ก.ค.ศ. กำหนดมาตรฐานวิทยฐานะเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบ คุณภาพการปฏิบัติงานและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ซึ่งระบุว่าต้องได้รับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยระบุให้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาร่วมกับส่วนราชการและสถาบันอุดมศึกษาหรือ หน่วยงานอื่นดำเนินการจัดทำหลักสูตรและคู่มือการพัฒนาข้าราชการครูและ บุคลากรก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

 

หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อน เป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

1.  จุดประสงค์หลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนา

1.1 เพิ่มพูนสมรรถนะในการปฏิบัติงานในหน้าที่ครูชำนาญการพิเศษ

1.2 สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และวางแผนพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

1.3 สามารถนำเสนอแนวทางการพัฒนางานในหน้าที่ การพัฒนานวัตกรรม การสร้างหรือการปฏิบัติงานเป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ครู ชำนาญการพิเศษ

2.  โครงสร้างหลักสูตร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

2.1 ส่วนที่ 1 การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานในหน้าที่ครูชำนาญการพิเศษ                      จำนวนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

2.1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคนิคการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน

2.1.2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ภาวะผู้นำทางวิชาการ

2.2 ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบและวางแผนพัฒนาคุณภาพ             การปฏิบัติงานของครูชำนาญการพิเศษ จำนวนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

2.2.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ความเป็นครู

2.2.2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การวางแผลกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

3.  ระยะเวลาในการพัฒนา

ใช้เวลาในการพัฒนาตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ณ หน่วยดำเนินการพัฒนา







ส่วนที่ 1

การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ในหน้าที่ครูชำนาญการพิเศษ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1  เทคนิคการออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน

1.  การวิเคราะห์และพัฒนาหลักสูตร

1.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

วิเคราะห์รายละเอียดหลักสูตร เพื่อนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติและการจัดการเรียนการสอน   ของ ครู โดยศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับ วิสัยทัศน์ หลักการ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้

1.2 วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์ พุทธศักราช 2553                  หลัก สูตรสถานศึกษาเป็นหลักสูตรที่สถานศึกษาได้พัฒนาให้สอดคล้องกับหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ความต้องการของท้องถิ่นและความต้องการของผู้เรียน              ในสถานศึกษาแต่ละแห่ง ซึ่งประกอบด้วย วิสัยทัศน์โรงเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะ   อันพึงประสงค์ โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเกณฑ์     การจบการศึกษา

ครู ผู้สอนต้องทำการศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อนำมาใช้ในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

2.  การออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรและบริบทของสถานศึกษา

การ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพมาตรฐานการเรียน รู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ครูผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้สำหรับ      การออกแบบการจัดการเรียนรู้  ดังต่อไปนี้

2.1 การจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชี้วัดเป็นสิ่งที่กำหนดให้รู้ว่าผู้เรียนควรรู้อะไรและทำ อะไรได้ ซึ่งกำหนดไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

2.2 การจัดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คือความสามารถของผู้เรียน มีจำนวน 5 สมรรถนะ

2.3 การจัดการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์

หลัก สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ 8 ข้อ ซึ่งสถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้องกับ บริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา








2.4 การจัดการเรียนรู้สู่การพัฒนาผู้เรียน

การ จัดการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่สำคัญในการนำหลักสูตรไปใช้พัฒนาเพื่อพัฒนาผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ให้หลักการสำคัญในการจัดการเรียนรู้ไว้ดังนี้

- การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

- การจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

- การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง

- การจัดการเรียนรู้ที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม

2.5 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้

การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญในการนำหลักสูตรไปสู่การจัด

การเรียนรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดหลักฐานการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

2.6 กระบวนการจัดการเรียนรู้

ครูผู้สอนจะต้องรู้และเข้าใจแนวคิด แนวทางการจัดการเรียนรู้ และผลที่เกิดกับผู้เรียน

ของกระบวนการเรียนรู้แต่ละวิธี แล้วนำมาจัดการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน กระบวนการจัด

การ เรียนรู้ที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ การเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการพัฒนานิสัย ฯลฯ

3. การออกแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

การ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญซึ่งต้องปฏิบัติควบคู่กับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งต้องใช้หลายรูปแบบ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดการวัดและประเมินผลไว้ 4 ระดับ คือ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ

การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน ครูผู้สอนเป็นผู้ออกแบบการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้  ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การประเมินผลก่อนเรียน การประเมินผลระหว่างเรียน และการประเมินผลหลังเรียน

การ ออกแบบการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้ด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และผลการเรียนรู้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้


1.  การสังเกตพฤติกรรม

2.  การสอบปากเปล่า

3.  การพูดคุย

4.  การใช้คำถาม

5.  การเขียนสะท้อนการเรียนรู้ (Journais)

6.  การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment)

7.  การประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio Assessment)

8.  การวัดและประเมินด้วยแบบทดสอบ

9.  การประเมินด้านความรู้สึกนึกคิด

10.  การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)

11.  การประเมินตนเองของผู้เรียน (Student Self-assessment)

12.  การประเมินโดยเพื่อน (Peer Assessment)





หน่วยการเรียนรู้ที่ 2  ภาวะผู้นำทางวิชาการ

1.  การเป็นผู้นำทางวิชาการ

ผู้ นำทางวิชาการ คือ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับหลักสูตร ทฤษฎีการเรียนรู้ สามารถนำหลักสูตรไปใช้ จัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอด และเผยแพร่งานวิชาการ

1.1 คุณลักษณะของผู้นำทางวิชาการ

1.1.1 วิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถวางแผน กำหนดเป้าหมาย และแนวทางการปฏิบัติ

ให้บรรลุเป้าหมาย

1.1.2 ใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง เปิดโอกาสและให้โอกาสผู้อื่น

1.1.3 มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ ปรับปรุง และพัฒนาการปฏิบัติงาน

1.1.4 มีทัศนคติเชิงบวก มองโลกในแง่ดี

1.1.5 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

1.1.6 กล้าตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

1.1.7 มีความรับผิดชอบ

1.1.8 มีจิตสาธารณะ

1.2 บทบาทของผู้นำทางวิชาการ

1.2.1 เป็นครูมืออาชีพ มีความรอบรู้เรื่องหลักสูตร หลักการ แนวคิด ทฤษฎีจิตวิทยา

การเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี แสวงหาความรู้

ศึกษาค้นคว้า พัฒนาตนเองตลอดเวลา

1.2.2 เป็นแบบออย่างที่ดี ครองตน ครองคน และครองงานได้

1.2.3 ยอมรับความเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

1.2.4 ร่วมกิจกรรมทางวิชาการ เป็นสมาชิกเครือข่ายทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์

1.2.5 ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน เต็มเวลา เต็มความสามารถ ตลอดจนการให้

ความช่วยเหลือผู้เรียน

1.2.6 รวมรวมข้อมูล สารสนเทศทางด้านวิชาการ





2.  การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน

การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน หมายถึง การจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้เอื้ออำนวย                 ต่อ การเรียนการสอน เพื่อช่วยส่งเสริมให้กระบวนการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างความสนใจใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาตลอดจนช่วยเสริมสร้างความมีระเบียบวินัย ให้ผู้เรียน

2.1 ประเภทของบรรยากาศในชั้นเรียน จำแนกได้ 3 ประเภท คือ

2.1.1 บรรยากาศทางจิตวิทยา เป็นลักษณะบรรยากาศที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมของผู้เรียน ถ้าลักษณะบรรยากาศทางจิตวิทยาเป็นไปในทางบวก ผู้เรียนจะเกิดความรู้สึก อบอุ่นใจ ผ่อนคลาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ง่าย และมีผลทำให้รู้สึกมีความสุขในการเรียนรู้

2.1.2 บรรยากาศทางกายภาพ เป็นลักษณะบรรยากาศที่เกิดจากการจัดอาคารสถานที่ สื่อวัสดุอุปกรณ์ ที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้และสภาพของผู้เรียน การจัดบรรยากาศทางกายภาพที่ตอบสนองผู้เรียนและการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะทำให้ผู้เรียนได้รับความสะดวก ส่งผลให้การเรียนรู้ดำเนินไปด้วยดี

2.1.3 บรรยากาศทางสังคม เป็นบรรยากาศที่เกิดจากผลการปฏิสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน บรรยากาศทางสังคมที่เป็นมิตรต่อกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้เรียนรู้สึกที่ดีต่อกันมีผลต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคมและการเรียน รู้ร่วมกัน

2.2 บทบาทของครูในการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน

ครู ผู้สอนมีบทบาทในการสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้และเรียนรู้อย่างมีความสุข การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียน มีดังต่อไปนี้

2.2.1 บรรยากาศที่ท้าท้าย (Challenge) ครูผู้สอนกระตุ้นให้กำลังใจและเชื่อมั่น              ในความสามารถของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียน

2.2.3 บรรยากาศที่มีอิสระ (Freedom) ครูผู้สอนให้อิสระผู้เรียนที่จะเลือกตัดสินใจที่จะศึกษาค้นคว้า ผู้เรียนจะเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมโดยไม่เกิดความ ตึงเครียด

2.2.3 บรรยากาศที่มีการยอมรับนับถือ (Respect)  ครูผู้สอนให้การยอมรับนักเรียนว่ามีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนมีความมั่นใจ ภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของตนเอง

2.2.4 บรรยากาศที่มีความอบอุ่น (Warmth) ครูผู้สอนเข้าใจนักเรียน มีความเป็นมิตร

ให้ความเชื่อเหลือ เมตตา กรุณา และเอื้ออาทรต่อนักเรียน ทำให้นักเรียนเกิดความอบอุ่นและมีความสุข

2.2.5 บรรยากาศการควบคุม (Control) ครูผู้สอนสร้างข้อตกลงร่วมกับนักเรียน และฝึกความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ สิทธิ หน้าที่ ให้กับนักเรียน ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการปกครองร่วมกันตามหลักประชาธิปไตย

2.2.6 บรรยากาศแห่งความสำเร็จ (Success) ครูผู้สอนสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนภาคภูมิใจและรู้สึกประสบความสำเร็จในการ เรียนหรือการทำกิจกรรม ครูผู้สอนพูดถึงสิ่งที่ผู้เรียนประสบความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลวของนัก เรียน ยกย่อง ชมเชย และให้กำลังใจผู้เรียน

3.  นวัตกรรมการบริหารและการจัดชั้นเรียนแนวใหม่

การจัดชั้นเรียน หมายถึง การที่ครูจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพในห้องเรียน การจัดการ

ด้านพฤติกรรมนักเรียน การสร้างวินัยในชั้นเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะ

การสอนของครู และการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.1 ลักษณะชั้นเรียนที่ดี

3.1.1 สะอาด เป็นระเบียบ อากาศถ่ายเทสะดวก ถูกสุขลักษณะ น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน

3.1.2 โต๊ะ เก้าอี้ วัสดุ สื่อ ครุภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกพอเพียงสามารถใช้งานได้

เอื้ออำนวยต่อการจัดการเรียนการสอน

3.1.3 ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีส่วนร่วมในการจัดและดูแลรักษา

3.2.4 ใช้ประโยชน์ชั้นเรียนได้คุ้มค่า ครูสามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์

ให้เหมาะสมกับการจัดกิจกรรม เช่น จัดเป็นห้องประชุม ตกแต่งมุมต่าง ๆ การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม

3.2.5 บรรยากาศในชั้นเรียนอบอุ่น เป็นมิตร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีส่วนร่วม           อยู่ร่วมกันด้วยความเป็นประชาธิปไตย

3.2 รูปแบบการจัดชั้นเรียน แบ่งตามวิธีการสอน มี 2 แบบ คือ

3.2.1 ชั้นเรียนแบบธรรมดา เป็นชั้นเรียนที่มีครูเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้นำการเรียนรู้ โดยผู้เรียนเป็นผู้รับความรู้จากครู การจัดชั้นเรียนแบบนี้จะมีโต๊ะครูอยู่หน้าชั้นเรียน และโต๊ะนักเรียน   วางเรียงเป็นแถวหันหน้าเข้าหาครู

3.2.2 ชั้นเรียนแบบนวัตกรรม เป็นชั้นเรียนที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการเรียนการสอน

โดย ใช้เทคนิควิธีการสอนแบบใหม่ ๆ เช่น การเรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้แบบโครงงาน ทำให้นักเรียนมีอิสระและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ อาจเรียนเป็นกลุ่ม เรียนเป็นรายบุคคล มีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา การจัดชั้นเรียนจึงมีรูปแบบการจัดโต๊ะเก้าอี้ในลักษณะต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเรียงแถวหันหน้าเข้าหาครู เช่น จัดเป็นกลุ่ม จัดเป็นรูปตัวยู หรือจัดเป็นรูปวงกลม








4.  จิตวิทยาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน

จิตวิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Psychology มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ Phyche แปลว่า

วิญญาณ กับ Logos แปลว่า การศึกษา ตามรูปศัพท์ จิตวิทยาจึงแปลว่า วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณ        แต่ในปัจจุบัน จิตวิทยา หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์

การเรียนรู้ (Learning) ตามความหมายทางจิตวิทยา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอย่างค่อนข้างถาวร อันเป็นผลมาจากการฝึกฝนหรือมีประสบการณ์ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงที่

ไม่จัดว่าเกิดการเรียนรู้ ได้แก่ พฤติกรรมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เนื่องมาจากวุฒิภาวะ

ทฤษฎีจิตวิทยาการเรียนรู้

4.1 ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike's  Connectionism Theory)

Edward   L.  Thorndike   (1874 - 1949)  นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็น     "บิดา แห่งจิตวิทยาการศึกษา" เขาเชื่อว่า "คนเราจะเลือกทำในสิ่งก่อให้เกิดความพึงพอใจและจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ไม่ พึงพอใจ" และได้กล่าวถึงกฎการเรียนรู้ไว้ดังนี้

4.1.1 กฎแห่งผล (Law of Effect) กฎนี้ได้กล่าวถึงการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า

กับการตอบสนองทั้งสองสิ่งจะเชื่อมโยงกันได้ ถ้าสามารถสร้างสภาพอันน่าพึงพอใจให้แก่ผู้เรียนได้

อาจจะได้จากการเสริมแรง เช่น การรู้ว่าตนเองตอบคำถามได้ถูกต้องหรือการให้รางวัล เป็นต้น

4.1.2 กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise) การที่ผู้เรียนได้กระทำซ้ำหรือทำบ่อยครั้ง

จะเป็นการเสริมสร้างช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่มั่นคงขึ้น

4.1.3  กฎแห่งความพร้อม (Law of  Readiness) เมื่อร่างกายพร้อมที่จะกระทำแล้ว        ถ้ามีโอกาสย่อมเป็นที่พึงพอใจ แต่ถ้าไม่มีโอกาสได้กระทำย่อมไม่เป็นที่พอใจ ในทางตรงกันข้าม

ถ้าร่างกายไม่พร้อมที่จะทำงาน แต่ถูกบีบบังคับให้กระทำย่อมไม่เป็นที่พึงพอใจ

4.2 ทฤษฎีการวางเขื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์ (Skinner's Operant Conditioning Theory)

B.F. Skinner (1904 - 1990) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน  ได้ทำการทดลองด้านจิตวิทยาการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์การเรียนรู้ที่มีการตอบสนองแบบแสดงการกระทำ (Operant Behavior)

สกินเนอร์ให้ความสำคัญต่อการเสริมแรง (Reinforcement) ว่ามีผลทำให้เกิดการเรียนรู้ที่คงทนถาวร

4.2.1 หลักการเสริมแรง กล่าวคือ ผู้เรียนจะเกิดกำลังใจต้องการเรียนต่อไป เมื่อได้รับ

การเสริมแรงในขั้นตอนที่เหมาะสม

4.2.2 การเสริมแรงจะต้องกระทำทันที




5.  การให้คำปรึกษา คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ

การ ให้คำปรึกษา คือ กระบวนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มาขอคำปรึกษา เพื่อให้เขาได้ใช้ ความสามารถที่เขามีอยู่จัดการกับปัญหาและสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้ด้วยตน เอง

การให้คำปรึกษา ประกอบด้วย ผู้ให้คำปรึกษา (Conselor) ผู้มาขอรับคำปรึกษา (Conselee)     และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้คำปรึกษากับผู้ขอรับคำปรึกษา

5.1 จิตวิทยาการให้คำปรึกษา

ผู้ให้คำปรึกษาต้องเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้มาขอรับคำปรึกษา เข้าใจธรรมชาติการแสดงออก

ของมนุษย์ เข้าใจธรรมชาติของปัญหา สามารถวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจวิธีการขั้นตอนการให้คำปรึกษา

มีเทคนิคการให้คำปรึกษา และที่สำคัญคือมีจรรยาบรรณในการให้คำปรึกษา

5.2 ขั้นตอนในการให้คำปรึกษา

5.2.1 สร้างความคุ้นเคย (Rapport)

5.2.2 เริ่มต้นให้คำปรึกษา (Opening the Interview)

5.2.3 การกำหนดปัญหา (Setting Problem)

5.2.4 การรวบรวมข้อมูล (Collecting Data)

5.2.5 การร่วมแก้ปัญหา (Solving the Problem)

5.2.6 ขั้นให้ข้อเสนอแนะ (Suggestion)

5.2.7 ขั้นสรุปและปิดการสนทนา (Summarization & Closed Case)



ส่วนที่ 2

การวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและวางแผนพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน

ของครูชำนาญการพิเศษ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3  ความเป็นครู

1.  การพัฒนาจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรม

ผู้ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู คือ ผู้ทำหน้าที่ครูด้วยความรัก ศรัทธา มีอุดมการณ์ ยึดมั่น

ในหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี มีความมุ่งมั่นในพัฒนา สร้างคน สร้างสังคม และสร้างชาติ

คุณลักษณะของผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครู มีดังนี้

1.1 เป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน

1.2 เสียสละเพื่อประโยชน์ของศิษย์ และประโยชน์ของส่วนร่วม

1.3 มีความเมตตากรุณา

1.4 มีความเป็นกัลยาณมิตร

1.5 รักศรัทธาในวิชาชีพ มีจรรยาบรรณวิชาชีพ

1.6 มีคุณธรรม จริยธรรม

2.  วินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพครู

2.1 วินัยข้าราชการครู ครูต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ด้วยความมีวินัย ดังนี้

2.1.1 ครูต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ

2.1.2 ครูต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์   ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐาน    ให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น

2.1.3 ครูต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม

มีวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการและต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด

2.1.4 ครูต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของ

ทาง ราชการ และหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนและไม่ให้เกิดความเสีย หายแก่ทางราชการ

2.1.5 ครูต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบ ด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการโดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง

2.1.6 ครูต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียนจะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้ การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อเกินกว่า 15 วัน     โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือโดยมีพฤติกรรมอันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินัยร้ายแรง

2.1.7 ครูต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มีความสุขภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติ ราชการ ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

2.1.8 ครูต้องไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหารือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง

2.1.9 ครูต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์อันอาจทำให้           เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน

2.1.10 ครูต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบหรือ นำ ผลงานทางวิชาการของผู้อื่นหรือจ้างวานให้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อไป ใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

2.1.11 ครูต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

2.1.12 ครูต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่น

ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องไม่อาศัยอำนาจและหน้าที่ราชการของตนแสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใด

2.1.13 ครูต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ของตนมิให้เสื่อมเสียโดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

2.2 จรรยาบรรณวิชาชีพครู

จรรยาบรรณ ของครู หมายถึง ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเอง วิชาชีพครูและมาตรฐานวิชาชีพครู

ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. 2548 มี 9 ข้อดังนี้

2.1 ครูต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทัน

ต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ

2.2 ครูต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีของ

องค์กรวิชาชีพ

2.3 ครูต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ        ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า

2.4 ครูต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์

และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

2.5 ครูต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ

2.6 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์

และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ

2.7 ครูต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาคโดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ

2.8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม

สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ

2.9 ครูพึงปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข



3.  หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้แนวทางการดำรงอยู่

และ ปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนา เศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อ

ยุคโลกาภิวัฒน์

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขพระราชทานข้างต้น เป็นที่มา

ของนิยาม "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำมาใช้ในการรณรงค์ เผยแพร่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผ่านช่องทางต่าง ๆ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความ "พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน" บนเงื่อนไข "ความรู้ และ คุณธรรม"

คำว่า ความพอเพียง นั้นหมายถึงความพร้อมที่จะจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากทั้งภายนอกและภาย ใน ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียง ยังสามารถมองได้ว่าเป็นปรัชญาในการดำรงชีวิตให้มีความสุข ที่จำเป็นต้องใช้ทั้ง ความรู้ ความเข้าใจ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ผนวกกับ คุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน) ในการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เพียงการประหยัด แต่เป็นการดำเนินชีวิตอย่างชาญฉลาด และสามารถอยู่ได้ แม้นในสภาพที่มีการแข่งขัน และการไหลบ่าของโลกาภิวัฒน์        นำสู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืนของชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม ทุก ๆ ระดับจากประชาชนทุกฐานะ      ไปจนถึงรัฐบาลสามารถนำไปปฏิบัติได้

พระ ราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนหนึ่งได้ให้คำอธิบายถึงเศรษฐกิจพอเพียงว่า

"คือความพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภมาก และต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น" การดำรงชีวิตอยู่ได้จำเป็นที่ จะต้องประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญสี่ประการ ซึ่งได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ซึ่งในโลก

ยุคทุนนิยมอย่างเช่นปัจจุบันนี้ ปัจจัยทั้งสี่ไม่อาจจะหามาได้ถ้าปราศจากเงิน ซึ่งถือว่าเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการมาแต่นมนาน การได้มาซึ่งเงินนั้น จำเป็นที่บุคคลจะต้องประกอบสัมมาอาชีพแล้วนำเงินที่ได้มานั้นไปแลกเปลี่ยน ให้ได้มาซึ่งปัจจัยในการดำรงชีวิต และใช้จ่ายเงินให้ได้มานั้นซึ่งปัจจัยในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงและประหยัด ตามกำลังของเงินของบุคคลนั้น ที่ได้มาจากการประกอบสัมมาอาชีพ โดยปราศจากการกู้หนี้ยืมสิน และถ้ามีเงินเหลือก็แบ่งเก็บออมไว้บางส่วน ช่วยเหลือผู้อื่นบางส่วน และอาจจะใช้จ่ายมาเพื่อปัจจัยเสริมอีกบางส่วน (ปัจจัยเสริมในที่นี้ เช่น ท่องเที่ยว ความบันเทิง เป็นต้น) สาเหตุที่แนวทางการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงได้ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในขณะ นี้ เพราะสภาพการดำรงชีวิตของสังคมในปัจจุบัน ได้ถูกปลูกฝัง หรือสร้าง หรือกระตุ้น ให้เกิดการใช้จ่ายอย่างเกินตัว ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินกว่าปัจจัยในการดำรงชีวิต เช่น การบริโภคเกินตัว ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ความสวย ความงาม การแต่งตัวตามแฟชั่น การพนันหรือ       เสี่ยง โชค เป็นต้น จนทำให้ไม่มีเงินเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น ส่งผลให้เกิดการกู้หนี้ยืมสิน เกิดเป็นวัฏจักรที่บุคคลหนึ่งไม่สามารถหลุดออกมาได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแนวทางในการดำรงชีวิต


หน่วยการเรียนรู้ที่ 4  การวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

1.  การวิเคราะห์ บทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ครู ผู้สอนเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ในการจัดการศึกษาให้ประสบความสำเร็จด้วยดีเพราะการจัดการศึกษาที่ยึดผู้ เรียนเป็นสำคัญตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 นั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ในการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนจึงควร  มีบทบาทดังนี้

1.1 ศึกษาทำความเข้าใจเอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551และการออกแบบการจัดการเรียนรู้

1.2 จัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ โดยเน้น ความรู้ ทักษะ กระบวนการ

ที่สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1.3 ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล พร้อมนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้   และ จัดการเรียนรู้ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ตามความแตกต่างของผู้เรียน และพัฒนาการทางสมองเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

1.4 จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ของหลักสูตร

1.5 จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้

1.6 จัดเตรียมและใช้สื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีและ

แหล่งเรียนรู้ในชุมชนได้อย่างเหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้เรียน

1.7 ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ทั้งนี้มุ่งเน้น

การ ประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ควรเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนและผู้ปกครอง ตลอดจนความสอดคล้องกับธรรมชาติของวิชา และพัฒนาการของผู้เรียน

1.8 นำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้เพื่อสอนซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนปรับปรุงการจัดกิจกรรมการสอนของตนเองอย่างเป็นระบบ

1.9 ใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

อย่าง ไรก็ตาม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนจะบรรลุผลได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอื่น ๆอีกหลายประการ เช่น ความรักและความศรัทธาในวิชาชีพครู การแสวงหาความรู้ การใช้หลักจิตวิทยา การใช้สื่อการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ การใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และที่สำคัญยิ่งคือการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้เป็นไปด้วยความเป็น กัลยาณมิตร



2.  การวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

การวางแผน เป็นกระบวนการกำหนดทางเลือกที่จะดำเนินการในอนาคต เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยวิธีการที่ให้ประโยชน์สูงสุด

2.1 ขั้นตอนการวางแผนกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

2.1.1 ศึกษารวบรวมข้อมูลสารเทศ โดยศึกษา แผนยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาคุณภาพ

ของกระทรวง ศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษา

2.1.2 การวิเคราะห์ข้อมูล บริบทของสถานศึกษา

2.1.3 การกำหนดทิศทาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัด

2.1.4 การกำหนดกลยุทธ์ และแนวทางการปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

2.1.5 การจัดทำโครงการ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

2.1.6 การนำแผนงาน โครงการ และกิจกรรมไปปฏิบัติ

2.1.7 การวัดและประเมินผลการปฏิบัติงาน รายงานผลการปฏิบัติ ปรับปรุงและพัฒนา

2.2 การวางแผนและนำแผนไปปฏิบัติ โดยใช้วงจร " Deming " คือวงจรบริหารงานคุณภาพ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ PDCA

2.2.1 P = Plan คือ การวางแผนงานจากวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ได้กำหนดขึ้น

2.2.2 D = Do คือ การปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนงานที่ได้เขียนไว้อย่างเป็นระบบ

และมีความต่อเนื่อง

2.2.3 C = Check        คือ การตรวจสอบผลการดำเนินงานในแต่ล่ะขั้นตอนของแผนงานว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนงานในขั้นตอนใด

2.2.4 A = Action         คือ การปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา หรือถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ                            ก็ยอมรับแนวทางการปฏิบัติตามแผนงานที่ได้ผลสำเร็จ เพื่อนำไปใช้ในการทำงานครั้งต่อไป







3.  การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

การ วิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คือการนำเอาระเบียบวิธีวิจัยมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้และพัฒนา คุณภาพผู้เรียน การวิจัยอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอยู่บนพื้นฐานที่น่า เชื่อถือ และมีความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสามารถดำเนินการตามแผนภาพต่อไปนี้

แผนภาพที่ 1 แสดงขั้นตอนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

1. วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ

2.  วางแผนการจัดการเรียนรู้

3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้

4.  ประเมินผลการเรียนรู้


5.  ทำรายงานผลการเรียนรู้


1.  วิเคราะห์ปัญหา/การพัฒนา


2.  วางแผนแก้ปัญหา/การพัฒนา


3.  จัดกิจกรรมแก้ปัญหา/การพัฒนา


4.  เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล


5.  สรุปผลการแก้ปัญหา/การพัฒนา


จากแผนภาพ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ มี 5 ขั้นตอนคือ

1.  วิเคราะห์ปัญหา/การพัฒนา

2.  วางแผนแก้ปัญหา/พัฒนา

3.  จัดกิจกรรมแก้ปัญหา/พัฒนา

4.  เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล

5.  สรุปผลการแก้ปัญหา/การพัฒนา

การ วิจัยพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จึงมีความสำคัญสำหรับครูผู้สอน ทำให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาตลอดจนพัฒนาการจัดการเรียนรู้ซึ่งส่ง ผลต่อคุณภาพผู้เรียนโดยตรง









บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ.  (2551).  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :          โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

กฤษฎา รัตนสมบูรณ์ และคณะ.  การบริหารจัดการชั้นเรียน.  สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2555.

จาก  http://inded.rmutsv.ac.th/datapdf/08/2010-08-09_07-52-43_chaiya.pdf.

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.  (2553).

การวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทศพร ประเสริฐสุข.  จิตวิทยาการแนะแนว.  สืบค้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555.

จาก  http://6wipapan36.multiply.com.

วัฒนา ปุญญฤทธิ์.  บทบาทครูในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้.  สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2555.

จาก  http:www.poonyarit.com.

สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา.  (2554).  คู่มือการพัฒนาข้าราชการครูและ     บุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ สำหรับ       ผู้ดำเนินการพัฒนาและผู้เข้ารับการพัฒนา.  สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2555.

จาก  http://www.kan1.go.th/learn/index01.html.

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.  (2549).  คู่มือประกอบวิชาชีพการศึกษา.  กรุงเทพฯ :

โรงพิมพ์องค์การค้าคุรุสภา.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.  (2551).  ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ         การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร          แห่งประเทศไทย จำกัด.

.  (2553ก).  แนวทางการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช  2551.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร

แห่งประเทศไทย จำกัด.

.  (2553ข).  แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์                         ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ :         โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.  (2553ค).  แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ :

โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

สุวิทย์ มูลคำ และสุนันทา สุนทรประเสริฐ.  (2550).  การพัฒนาผลงานทางวิชาการสู่การเลื่อนวิทยฐานะ.

กรุงเทพฯ : อีเคบุ๊คส์.



รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

สรุปการสร้างองค์ความรู้ แนวทางการประยุกต์สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา

หลักสูตร การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้ง

ให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ



นายไพฑูลย์  ดวงฤทธิ์

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ




โรงเรียนพระครูพิทยาคม อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน





คำนำ

รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองฉบับนี้ ผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อใช้สำหรับประกอบ

การอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ

ชำนาญการพิเศษ โดยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร บทความ งานวิจัย และสื่ออีเล็กทรอนิกส์

ซึ่งมีรายละเอียดการศึกษาค้นคว้า 2 ส่วน ดังต่อไปนี้

ส่วนที่ 1 การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานในหน้าที่ครูชำนาญพิเศษ

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและวางแผนพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงาน    ของครูชำนาญการพิเศษ

ผู้รายงานได้รวบรวมสรุปองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้า และแนวทางการประยุกต์สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการพัฒนาการ จัดการศึกษาและพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


นายไพฑูลย์  ดวงฤทธิ์














.








สารบัญ

เรื่อง                                                                                                          หน้า

บทนำ 1

ความเป็นมา                                                                                                   1

จุดประสงค์หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ                                            1

โครงสร้างหลักสูตร                                                                                        1


ความคิดเห็น (5)
ขอบคุณ
5 วันศุกร์ที่ 03 มกราคม 2014 เวลา 06:47 น.
chadaporn

ขอบคุณนะ ดีมากๆๆ ครับ

งานนั้น
4 วันพุธที่ 13 มีนาคม 2013 เวลา 12:03 น.
chadaporn

ยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณครับ
3 วันอาทิตย์ที่ 03 มีนาคม 2013 เวลา 00:48 น.
chadaporn

ขอบคุณมากครับ ดีมากๆ ครับ

ขอบคุณ
2 วันอังคารที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 06:21 น.
ครูบนดอย
ขอบคุณมาก มากที่สุดในความมีน้ำใจ อันล้นเหลือ
การค้นคว้าด้วยตนเอง
1 วันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2012 เวลา 06:14 น.
chadaporn

เป็นข้อความที่ดีมาก ขอบคุณ

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง :: กิโลเมตรที่ 13  ถนน บุรีรัมย์-พุทไธสง  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  31000 :: GPS  ละติจูด/ลองจิจูด 15.099714966081287 N  / 103.04489135742188 E
 
E-mail :: phaithul@hotmail.com