พุธ, เมษายน 23, 2014


   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

50.17.162.174

ค้นหา

การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

                                     การต่อกิ่งแบบเชื่อมสะพาน(Bridge grafting)

ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

                ในแผนที่ภูมิอากาศจะมีตัวอักษร H และ L แสดงศูนย์กลางความกดอากาศสูง และศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้น จึงไม่มีค่ากำหนดความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำที่แน่นอน แต่เป็นปฏิสัมพัทธ์ระหว่างจุดสองจุด ความกดอากาศสูง เกิดขึ้นเมื่อมวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเล (ที่เย็น) ถูกทำให้เย็นลง มวลอากาศที่เย็นลงจะหดตัวและทำให้มวลอากาศเหนือพื้นดินหรือพื้นทะเลบางลง การหดตัวของมวลอากาศท...

น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

                    น้ำค้างแข็ง (Frost) คือปรากฏการณ์ที่มีเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะตามยอดหญ้าและใบไม้ในช่วงฤดูหนาว เกิดจากไอน้ำในอากาศที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวดินมีอุณหภูมิลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง มักเกิดบนยอดภูเขาสูง ปรากฏการณ์นี้อาจทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย          แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

         “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุด ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 13 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ตามเวลาในประเทศไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากขอบฟ้าประมาณ 30 องศา ระหว่างดาวพอลลักซ์กับดาวคาสเตอร์ในกลุ่มดาวคนคู่ สำหรับปีนี้ดวงจันทร์ไม่เป็นใจให้ชมฝนดาวตกเจมินิดส์เท่าใดนักเนื่องจากเป็นช่วงดวงจันทร์ 11-12 ค่ำ ดวงจันทร์เกือบเต็มดวง แสงสว่างของดวงจันทร์จึงน...

โคมลอยเชิงฟิสิกส์

มีหลักการดังนี้ครับประการรแรก อากาศมีแรงกดดันในทุกทิศทาง แรงกดนี้มีทั้งแรงกดและแรงผลัก มันจะผลักสิ่งที่เบากว่า ประการที่สอง อากาศมีน้ำหนัก อากาศที่มีมวลมากกว่าจะมีแรงกดดันมากกว่าที่พื้นผิวของโลก แรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดอากาศไว้ ทำให้อากาศบริเวณพื้นผิวมีมวลมากกว่า มีความหนาแน่นมากกว่า แรงกดดันของอากาศจะมีมากบริเวณที่ห่างออกไปเมือเราจุดโคมไฟ ทำให้อากาศในโคมร้อนขึ้น ทำให้อากาศขยายตัว ในโคมมีปริมาตรที่จำกัด ไม่สามารถขยายตัวตามอากาศได้ จึงทำให้อากาศส่วนหนึ่งหลุดออกจากโคม เพราะฉนั้น...

  • การต่อกิ่งเชื่อมสะพาน (Bridge grafting)

    วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2014 เวลา 09:37 น.
  • ความกดอากาศสูง (H) และความกดอากาศต่ำ (L)

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:20 น.
  • น้ำค้างแข็ง (Frost) แม่คะนิ้ง ลูกเห็บ หิมะ

    วันอังคารที่ 21 มกราคม 2014 เวลา 22:01 น.
  • “ฝนดาวตกเจมินิดส์” รุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2556

    วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2013 เวลา 13:23 น.
  • โคมลอยเชิงฟิสิกส์

    วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2013 เวลา 03:52 น.
Warning: Parameter 3 to mb_videobot() expected to be a reference, value given in /home/physicsu/domains/physics2u.org/public_html/libraries/joomla/event/dispatcher.php on line 136

ระบบหมุนเวียนเลือด

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

 
 

ระบบหมุนเวียนเลือด 

          ระบบหมุนเวียนเลือดของคน ประกอบไปด้วย  หัวใจ ( Heart ) หลอดเลือด ( Blood  Vessel ) เลือด ( Blood )

 


                1. หัวใจ ( Heart )  หัวใจของคนตั้งอยู่ในบริเวณทรวงอก ระหว่างปอดทั้งสองข้าง ค่อนไปทางซ้าย ภายในมีลักษณะ เป็นโพรงแบ่งออกเป็น 4 ห้อง  โดยแบ่งเป็นห้องบน 2  ห้อง  เรียกว่า เอเตรียม ( Atrium ) ห้องล่าง 2 ห้อง เรียกว่า เวนตริเคิล ( Ventricle )  หัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้ายมีลิ้นไบคัสปิด ( Bicuspid ) คั่นอยู่  ส่วนห้องบนขวาและล่างขวามีลิ้นไตรคัสปิด ( Tricuspid) คั่นอยู่ ซึ่งลิ้นทั้ง 2 ทำหน้าที่คอยเปิด-ปิด เพื่อไม่ให้ ้เลือด ไหลย้อนกลับ  หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดโดยการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจเป็น จังหวะ  ทำให้เลือดไหลไปตามหลอดเลือดต่าง ๆเราสามารถตรวจสอบการทำงานของหัวใจ  โดยการจับชีพจร  อัตราการเต้นของชีพจรของคนในสภาพปกติอยู่ระหว่าง 60-80 ครั้งต่อนาที

                2.  หลอดเลือด ( Blood  Vessel )  การหมุนเวียนของเลือดจากหัวใจไปและกลับจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้นต้อง อาศัยหลอดเลือด ซึ่งมีอยู่ ทั่วร่างกาย  หลอดเลือดในร่างกายคนเราแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
                     2.1  หลอดเลือดอาร์เทอรี ( Arteries )  เป็นหลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เลือดที่อยู่ในหลอดเลือดนี้เป็นเลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนมาก ยกเว้นเลือดที่ส่งไปยังปอด ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาก หลอดเลือดอาร์เทอรีมีผนังหนาไม่มีลิ้นกั้น มีความแข็งแรง  เพื่อให้มีความทนทานต่อแรงดันเลือดที่ถูกฉีดออกจากหัวใจ
                     2.2  หลอดเลือดเวน ( Vein ) เป็นหลอดเลือดที่นำเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจ เลือดที่อยู่ในหลอดเลือดนี้เป็นเลือดที่มีปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง ยกเว้นเลือดที่นำจากปอดมายังหัวใจ จะเป็นเลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง ภายในหลอดเลือดนี้จะมีลิ้นป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ   
                     2.3  หลอดเลือดฝอย ( Capillaries ) เป็นหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กละเอียดเป็นฝอยติดต่ออยู่ระหว่างแขนงเล็ก ๆ ของหลอดเลือดอาร์เทอรีและหลอดเลือดเวน หลอดเลือดฝอยมีผนังบางมาก เป็นบริเวณที่มีการแลกเปลี่ยนสารอาหาร แก๊ส และสิ่งต่าง ๆ ระหว่างเลือดกับเซลล์ของร่างกาย

              3.  เลือด ( Blood ) ในร่างกายคนเรามีเลือดอยู่ประมาณร้อยละ 9-10 ของน้ำหนักตัว เลือดมีส่วนประกอบ  ที่สำคัญ 2 ส่วน คือ
                   3.1  ส่วนที่เป็นของเหลว ซึ่งเรียกว่า น้ำเลือด หรือพลาสมา ( Plasma ) มีอยู่ประมาณร้อยละ55 ของปริมาณเลือดที่ไหลอยู่ในร่างกาย  ในน้ำเลือดประกอบด้วยน้ำ ร้อยละ 91 นอกนั้นเป็นสารอื่น ๆ ได้แก่ สารอาหารต่าง ๆ  เอนไซม์  ฮอร์โมน และแก๊ส รวมทั้งของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น ยูเรีย แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์  เป็นต้น น้ำเลือดทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหาร  เอนไซม์ ฮอร์โมน และแก๊สกลับไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และลำเลียงของเสียต่าง ๆ มายังปอดเพื่อขับออกจากร่างกาย 

                  3.2  ส่วนที่เป็นของแข็ง ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือด และเกล็ดเลือด ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 45 ของปริมาณเลือดทั้งหมด

                         3.2.1  เซลล์เม็ดเลือดมีอยู่ 2 ชนิด คือ
                                  1) เซลล์เม็ดเลือดแดง ( Red Blood Cell ) มีรูปร่างค่อนข้างกลมแบน ตรงกลางบุ๋มเข้าหากัน เมื่อโตเต็มที่ไม่มีนิวเคลียส ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นสารประเภทโปรตีนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน ซึ่งมีเหล็กเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ   ฮีโมโกลบิน มีสมบัต ิในการรวมตัว กับแก๊ส ออกซิเจน ได้ดีมาก  เซลล์เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ลำเลียงแก๊สออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย และลำเลียงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปสู่ปอดเพื่อทำการแลกเปลี่ยนแก๊ส  เซลล์เม็ดเลือดแดงสร้างที่ไขกระดูก และเซลล์เม็ดเลือดแดงมีอายุประมาณ 110-120 วัน หลังจากนั้นจะถูกส่งไปทำลายที่ตับและม้าม
                                  2)  เซลล์เม็ดเลือดขาว ( White Blood cell ) มีรูปร่างกลม ขนาดใหญ่กว่าเซลล์เม็ดเลือดแดง ไม่มีนิวเคลียส   เซลล์เม็ดเลือดขาว ในร่างกาย มีอยู่หลายชนิด ทำหน้าที่ต่อต้านและทำลาย เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าสู่ร่างกาย   แหล่งที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวได้แก่ ม้าม ไขกระดูก และต่อมน้ำเหลือง  เซลล์เม็ดเลือดขาวมีอายุประมาณ 7-14 วัน ก็จะถูกทำลาย
                         3.2.2  เกล็ดเลือด ( Blood Platelet ) เป็นส่วนประกอบของเลือดที่ไม่ใช่เซลล์ มีขนาดเล็กมาก ไม่มีสี ไม่มีนิวเคลียส ทำหน้าที่ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเมื่อเลือดออกสู้ภายนอกร่างกาย และช่วยห้ามเลือดในกรณีที่เกิดบาดแผล โดยจับรวมตัวกันเป็นกระจุกร่างแหอุดรูของหลอดเลือดฝอยทำให้เลือดหยุดไหล แหล่งที่สร้างเก,ดเลือดได้แก่ ไขกระดูก เกล็ดเลือดมีอายุ 4 วันเท่านั้นก็จะถูกทำลาย

  
  รูปภาพแสดง น้ำเลือด   เซลล์เม็ดเลือดแดง  เซลล์เม็ดเลือดขาว

 

        วัคซีน  เป็นเชื้อโรคที่ตายหรืออ่อนฤทธิ์ ฉีดเข้าร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้านเชื้อโรค นั้น ๆ
        เซรุ่ม คือ  แอนติบอดีที่ได้จากคนหรืสัตว์ซึ่งการให้เซรุ่มจะให้กับร่างกายในกรณีที่โรค นั้นแสดงอาการอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ทันและหรือไม่มีภูมิคุ้มกันมาก่อน

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง :: กิโลเมตรที่ 13  ถนน บุรีรัมย์-พุทไธสง  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  31000 :: GPS  ละติจูด/ลองจิจูด 15.099714966081287 N  / 103.04489135742188 E
 
E-mail :: phaithul@hotmail.com