อาทิตย์, ธันวาคม 21, 2014
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.204.94.228

ค้นหา

งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน 2556

ออนซอนฟิสิกส์ ได้ร่วมกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 63 ระหว่างวันที่ 7 - 9 ตุลาคม 2556 ณ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สพม.32  คลิกดูภาพ

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม

    บุคลากรโรงเรียนพระครูพิทยาคม เข้ารับการสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมบุรีรัมย์  ต. บ้านบัว  อ. เมือง  จ. บุรีรัมย์  โดยมีบุคลากรเข้าร่วม คือ คุณครู พนักงานราชการ และ คุณครูพิเศษ รวมทั้งสิ้น 70 คน ในระหว่าวันที่ 11 - 15  กันยายน 2556  ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติม คลิกที่นี่

กิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ปี 2556

ชมรมออนซอนฟิสิกส์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2556 ณ หอประชุมโรงเรียนพระครูพิทยาคม ในวันที่ 22 สิงหาคม 2556 คลิกเพื่อดูภาพกิจกรรม และได้นำเสนอความรู้เกี่ยวกับ ความเฉื่อย (inertia) ในทางฟิสิกส์ เป็นคุณสมบัติของวัตถุทั้งหมด วัตถุที่ไม่เคลื่อนที่ยังคงหยุดนิ่งจนกว่าจะมีแรงมากระทำต่อวัตถุนั้น วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะยังคงเคลื่อนที่ต่อไปด้วยอัตราเร็วคงที่และทิศทาง เดิมจนกว่าจะมีแรงมากระทำเพื่อเปลี่ยนอัตราเร็วและทิศทางการเคลื่อนที่    เมื่อรถยนต์จอดนิ่งไม่เคลื่อนที่ ความเฉื่อย...

ออนซอนฟิสิกส์ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2556

ชมรมออนซอนฟิสิกส์ เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2556 ณ โรงเรียนพระครูพิทยาคม วันที่ 22 สิงหาคม 2556   ดูภาพกิจกรรม

  • กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา

    วันพฤหัสบดีที่ 04 ธันวาคม 2014 เวลา 22:45 น.
  • งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน 2556

    วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2013 เวลา 21:51 น.
  • โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติธรรม

    วันพุธที่ 11 กันยายน 2013 เวลา 08:41 น.
  • กิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ปี 2556

    วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2013 เวลา 01:46 น.
  • ออนซอนฟิสิกส์ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2556

    วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2013 เวลา 14:29 น.

ดินถล่ม

User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

ดินถล่ม (ภัยพิบัติ)
ดินถล่ม (Landslide)
คือปรากฏการณ์ที่ส่วนของพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ดิน ทราย โคลน หรือเศษดิน เศษต้นไม้ไหล เลื่อน เคลื่อน ถล่ม พังทลาย หรือหล่น ลงมาตามที่ลาดเอียง อันเนื่องมาจากแรงดึงดูดของโลก ในขณะที่สภาพส่วนประกอบของชั้นดิน ความชื้นและความชุ่มน้ำในดิน ทำให้เกิดการเสียสมดุล

ดินถล่ม เป็นปรากฏการณ์ที่มีมาแต่สร้างโลก อาจเป็นเพียงเล็กน้อยเพียงก้อนหินก้อนเดียวที่ตกหรือหล่นลงมา หรือเศษของดินจำนวนไม่มากที่ไหลลงมา หรืออาจเกิดรุนแรงใหญ่โต เช่น ภูเขาหรือหน้าผา หรือลากเขาพังทลายลงมาก็ได้ และอาจเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือค่อยๆ เป็นไปช้าๆ ก็ได้ จนกว่าจะเกิดความสมดุลใหม่จึงหยุด

เนื่องจากในระยะหลังๆ นี้ ดินถล่มปรากฏเป็นข่าวบ่อยมากขึ้น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาเพื่อหาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น

สาเหตุของดินถล่ม (Causes of Landslides) เกิดจากกรที่พื้นดินหรือส่วนของพื้นดินเคลื่อน เลื่อน ตกหล่น หรือไหล ลงมาจากที่ลาดชัน หรือลาดเอียงต่างระดับ ตามแรงดึงดูดของโลกในภาวะที่เกิดการเสียสมดุลด้วยเหตุต่างๆ มักพบบ่อยๆ บริเวณภูเขาที่ลาดชัน แต่ความจริงอาจเกิดขึ้นบริเวณฝั่งแม่น้ำ และชายฝั่งทะเลหรือมหาสมุทร แม้กระทั่งใต้มหาสมุทร แบ่งสาเหตุที่อาจทำให้ดินถล่มได้เป็น

 

 

1.  สาเหตุตามธรรมชาติ (Natural causes)

-  ความแข็งแรงของดิน ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของดิน (Soil composition) ว่าเป็น หินหรือ ดิน ประเภทใด มีโครงสร้างหรือมีต้นไม้ประกอบยึดเกาะกันแข็งแรงแค่ไหน มีชั้นดินดานตื้นหรือลึกในลักษณะใด

-  ที่ที่มีความลาดเอียงมาก (Steep slope)

-  มีฝนตกมากนานๆ (Prolong heavy rain)

-  มีหิมะตกมาก (Heavy snowfall)

-  โครงสร้างของแผ่นดิน (Structure of soil) ความแตกต่างกันของชั้นดินที่น้ำซืมผ่านได้ กับชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้ ที่จะทำให้น้ำขังใต้ดินมากจนดินเหลวบนที่ลาดเอียง ทำให้เกิดการไหลได้

-  ฤดูกาล (Glacial erosion, rain, drought)

-  ต้นไม้ถูกทำลายโดยไฟป่าหรือความแล้ง (Vegetation removal by fire or drought)

-  แผ่นดินไหว (Earthquake)

-  คลื่น "สึนามิ" (Tsunami)

-  ภูเขาไฟระเบิด (Volcanic eruption)

-  การเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน (Change in underground water)

-  การสึกกร่อนของชั้นหินใต้ดิน (Change in underground structure)

-  การกัดเซาะของฝั่งแม่น้ำ ฝั่งทะเล และไหล่ทวีป (Coastal erosion and change in continental slope)

 

 

 

1.  สาเหตุจากมนุษย์( Human causes )

-  การขุดดินบริเวณไหล่เขา ลาดเขาหรือเชิงเขา ( Excavation of slpoe or its toe )  เพื่อการเกษตร  หรือทำถนน หรือขยายที่ราบในการพัฒนาที่ดิน  หรือการทำเหมือง ( Mining ) ไม่ว่าบนภูเขาหรือพื้นราบ

-  การดูดทรายจากแม่น้ำ  หรือบนแผ่นดิน

-  การขุดดินลึก ๆ ในการก่อสร้างห้องใต้ดินของอาคาร

-  การบดอัดที่ดินเพื่อการก่อสร้าง  ทำให้เกิดการเคลื่อนของดินในบริเวณใกล้เคียง

-  การสูบน้ำใต้ดิน  น้ำบาดาล  ที่มากเกินไป  หรือการอัดน้ำลงใต้ดิน ในพื้นที่บางแห่ง

-  การถมดิน  ก่อสร้าง  เพิ่มน้ำหนัก บนภูเขา  หรือสันเขา ( Loading or building on crest or slope )

-  การทำลายป่า ( Deforestation )  เพื่อทำไร่ หรือสวนเกษตรกรรม

-  การทำอ่างเก็บน้ำ ( Reservoir )  นอกจากเป็นการเพิ่มน้ำหนักบนภูเขาแล้ว  ยังทำให้น้ำซึมลงใต้ดินมากจนเกินสมดุล

-  การเปลี่ยนแปลงทางน้ำธรรมชาติ ( Change the natural stream )  ทำให้ระบบน้ำใต้ดินเสียสมดุล

-  น้ำทิ้งจากอาคาร  บ้านเรือน  สวนสาธรณะ ถนน  บนภูเขา ( Water from utilities leakages or or drainages )

-  การกระเทือนต่าง ๆ เช่นการระเบิดหิน ( Artificial vibration )

 

ประเภทของดินถล่ม ( Types of Landslides )

 

จากส่วนประกอบของดิน และสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดดินถล่ม ดังกล่าวมาแล้ว  ทำให้ลักษณะของดินถล่มมีรูปแบบต่าง ๆ กัน ดังนี้

 

1.      การตกหล่น ( Falls ) มักเป็นก้อนหิน( Rock )  หรือ หินก้อนใหญ่ทั้งก้อน ( Boulder ) อาจตกหล่นลงมาโดยตรง ( Free fall )  หรือตกกระดอน ๆ ลงมา ( Bouncing )  หรือกลิ้งลงมา ( Rolling )  และสำหรับกรณีที่หินร่วงตกลงมามาก ๆ เป็นกองใหญ่  เช่นจากภูเขาที่มีน้ำแข็ง  หินที่ตกลงมาจะกองเป็นรูปกรวยคว่ำ ( cone-shape )  เรียกว่า Talus slope

 

2.      ล้มหรือหกคะเมน ( Topple )  มักเป็นหินที่เป็นแผ่นเป็นแท่งที่แตกและล้มคะเมนลงมา

 

3. การคืบ - เคลื่อนไปช้า ๆ (Creep)   ของดิน หรือหิน   เนื่องจากมีแรงดึงไปน้อย   พอที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ แต่อย่างช้า ๆ มาก ๆ   ซึ่งมี  3 รูปแบบ คือ

ก.     เคลื่อนตามฤดูกาล ( Seasonal )  ที่มีความชุ่มและอุณหภูมิของดินชั้นล่างพอดีของแรงที่ทำให้เกิดการเคลื่อนได้

ข.     เคลื่อนอย่างคงที่ตลอดเวลา ( Continuous ) จากแรงตึงมีมีอย่างคงที่

ค.     เคลื่อนด้วยอัตราเร่ง ( Progressive )  เพราะความลาดชันที่ทำให้แรงเคลื่อนเพิ่มขึ้นตามลำดับ

 

4.1   Transitional slide   ถ้าพื้นดินชั้นล่างเป็นแผ่นระนาบค่อนข้างเรียบ   พื้นดินข้างบนก็จะเคลื่อนลงมาในแนวขนานกับที่ลาดเอียงนั้น   ทิ้งรอยแยกเป็นร่องไว้ด้านบน 4.2  <  Rotational slide    เมื่อพื้นชั้นล่างที่ดินแยกตัวเป็นที่ลาดโค้งเว้า  ดินที่จะเคลื่อนลงมาก็จะเคลื่อนโค้งหมุนตัวรอบแกนที่ขวางขนานกับที่ลาดเอียงนั้น หมุนตัวเข้าด้านใน  หากมีต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างอยู่บนนั้น ก็จะเห็นการเอียงเข้าหาด้านบนได้  ส่วนรอยเคลื่อนของผิวดินตรงขอบบนจะเป็นรอยโค้งเว้าขึ้นไปด้านบน  ทิ้งร่องรอยเป็นหน้าผาเว้าที่ชันกว่าเดิม  ส่วนที่พื้นดินด้านล่างลงไปจะมีดินถูกดันโป่งออกมาเป็นหย่อม ๆ ลักษณะคล้ายนิ้วเท้า เรียกว่า Toe   เป็นลักษณะให้สังเกตรู้ได้ว่า ที่ข้างบนขึ้นไปเคยมีดินถล่ม Landslide ดินที่เคลื่อน แบบนี้  จะมีส่วนที่ยังเกาะเป็นชิ้นเป็นผืนเดียวกัน  เรียกว่า Slump

 

5. การไหล ( Flows )  เกิดจากมีส่วนประกอบของน้ำจำนวนมากและและไหลเร็วลงมาตามที่ลาดชัน  มีหลายแบบ ได้แก่

5.1         เศษดินทรายและเศษต้นไม้ ( Debris flow )  เป็นเศษชิ้นเล็ก ๆ  และผงขนาดเม็ดทรายที่ไหลมากับน้ำ  พบเห็นบ่อยทั่วไป

5.2        การถล่มของก้อนหิมะที่ทับถมกันเป็นจำนวนมาก ( Debris avalanche )

5.3        ดินไหล( Earth flow )  มักเกิดในที่ไม่ลาดชันนัก ที่มีส่วนประกอบเป็นดิน โคลน และก้อนกรวดเล็ก ๆ ในบริเวณที่ชุ่มน้ำมากจนเป็นส่วนผสมที่เหลวจนไหลได้  จึงไหวลงมาเป็นทางแคบ ๆ  มากองอยู่ในที่ต่ำลงมา    ทิ้งร่องรอยที่เดิมเป็นแอ่ง  ทำให้เป็นรูปคล้ายนาฬิกาทราย

5.4        โคลนไหล ( Mudflow )  เกิดเช่นเดียวกับข้อก่อน  แต่มีส่วนผสมเป็นโคลนและทรายและน้ำ  ซึ่งในบางครั้งน้ำโคลนที่ขังอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมากอาจทะลักและไหลออกมาอย่างรวดเร็วเป็นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ( Torrent ) สามารถไหลไปได้ไกล  ลงไปท่วมในที่ต่ำข้างล่างได้  และหากท่วมเข้าไปในหมู่บ้านหรือเมืองบริเวณเชิงเขา  จะทำให้ผู้คนเสียชีวิตได้มาก เพราะหนีออกจากน้ำโคลนได้ยาก   ส่วนโคลนร้อนที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟ  เรียกว่า Lahar

 

6.   การเคลื่อนแผ่ออกไปด้านข้าง( Lateral  spreading )  เกิดในที่ลาดชันน้อยหรือที่ราบ เนื่องจากมีความชุ่มน้ำมากจนพื้นดินเริ่มเหลวตัว ( Liquefaction )  พื้นดินไม่มีแรงพอที่จะเกาะกุมกัน  จึงแผ่ตัวออกไปทางข้าง ๆ    และบางครั้งตรงขอบบนของที่ลาดเอียงเล็กน้อยนั้น อาจเกิดรอยแยกของดิน  หรือตรงด้านข้างอาจเกิดการหมุนตัวของแผ่นดิน หรือในที่ลาดเอียงบางแห่งจะมีการเคลื่อนเร็วขึ้น จนเป็นดินเลื่อน หรือดินไหลได้

 

 

 

 

 

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง :: กิโลเมตรที่ 13  ถนน บุรีรัมย์-พุทไธสง  อำเภอเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์  31000 :: GPS  ละติจูด/ลองจิจูด 15.099714966081287 N  / 103.04489135742188 E 
E-mail :: phaithul@hotmail.com