พุธ, กรกฏาคม 17, 2019
   
Text Size

IP Address ท่าน คือ..

54.92.148.165

ค้นหา

ระบบ สืบพันธุ์ - หน้า 2

บทความน่ารู้ ชีววิทยา

User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
ดัชนีบทความ
ระบบ สืบพันธุ์
หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4
หน้า 5
ทุกหน้า

 

 ระบบสืบพันธุ์ุเพศหญิง
ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง  ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ดังนี้
1.  รังไข่ (ovary)  ทำหน้าที่ผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะกำหนดลักษณะต่างๆในเพศหญิง เช่น ตะโพกผาย เสียงแหลม สำหรับรังไข่จะมี 2 อัน ซึ่งจะอยู่คนละข้างของมดลูกจะมีลักษณะคล้ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ยาวประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร หนา 1 เซนติเมตร  โดยปกติจะมีการตกไข่ทุกๆ 28 วัน  แต่ละครั้งจะตกไข่เพียงใบเดียวสลับข้างกันทุกเดือน  ตลอดชีวิตของผ้หญิงจะมีการผลิตไข่ประมาณ  400  ใบ  เริ่มเม่ออายุประมาณ 12 ถึง  50 ปี

ฮอร์โมนเพศหญิง  ได้แก่
-  follicle stimulating Hormone(FSH)  ฮอร์โมนท่สร้างขึ้นจากต่อมใต้สมอง  ทำหน้าท่กระต้นให้ไข่สุก
-  luteinizing  Hormone (LH)  เป็นฮอร์โมนท่สร้างขึ้นจากต่อมใต้สมอง  ทำหน้าท่กระต้นให้เกิดการตกไข่
-  estrogen  เป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากกล่มเซล,ท่ห้มไข่(follicle)  ทำหน้าท่ควบคุมเกี่ยวกับมดลูก  ช่องคลอด  ต่อมน้ำนม  และลักษณะอ่นๆ เช่น  ตะโพกผาย
-  progesterone  เป็นฮอร์โมนท่สร้างขึ้นจากคอร์ปัสลูเตียม  ทำงานร่วมกับ  estrogen  ในการควบคุมการเจริญของมดลูก  การเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อบุผนังมดลูกเพื่อตรียมรับไข่ท่ผสมแล้วในแต่ละเดือน

2.  ท่อนำไข่ (oviduct)  เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปีกมดลูก เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างรังไข่ทั้งสองข้างกับมดลูก ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของไข่ที่ออกจากรังไข่เข้าสู่มดลูกและเป็นบริเวณที่ อสุจิจะเข้าปฏิสนธิกับไข่ ท่อนำไข่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 6 - 7 เซนติเมตร
3.  มดลูก(uterus)  มีรูปร่างคล้ายผลชมพู่หัวกลับลง กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 - 8 เซนติเมตร หนาประมาณ 2 เซนติเมตร อยู่ในบริเวณอุ้งกระดูกเชิงกรานระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับทวารหนัก ทำหน้าที่เป็นที่ฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว
และเป็นที่เจริญเติบโตของทารกในครรภ์
4. ช่องคลอด (vagina) อยู่ต่อจากมดลูกลงมา ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของตัวอสุจิเข้าสู่มดลูกและเป็นทางออกของทารกเมื่อครบ กำหนดคลอด

 

 

  การตก ไข่(Ovulation)
การตกไข่  หมายถึง  การที่ไข่สุกและออกจากรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ โดยปกติรังไข่แต่ละข้างจะสลับกันผลิตไข่ในแต่ละเดือน ดังนั้น
จึงมีการตกไข่เกิดขึ้นเดือนละ 1 ใบ ในช่วงกึ่งกลางของรอบเดือน เมื่อมีการตกไข่ มดลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีผนังหนาขึ้นทั้งมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเป็นจำนวน มาก ซึ่งต่อไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 2 กรณีต่อไปนี้
1. ถ้ามีอสุจิเคลื่อนที่เข้ามาในท่อนำไข่ในขณะที่มีการตกไข่ อสุจิจะเข้าปฏิสนธิกับไข่ที่บริเวณท่อนำไข่ด้านที่ใกล้กับรังไข่ ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะเคลื่อนตัวเข้าสู่มดลูก เพื่อฝังตัวที่ผนังมดลูกและเจริญเติบโตต่อไป
2. ถ้าไม่มีตัวอสุจิเข้ามาในท่อนำไข่  ไข่จะสลายตัวก่อนที่จะผ่านมาถึงมดลูก จากนั้นผนังด้านในของมดลูกและเส้นเลือดที่มา
หล่อเลี้ยง เป็นจำนวนมากก็จะสลายตัว แล้วไหลออกสู่ภายนอกร่างกายทางช่องคลอด เรียกว่า ประจำเดือน โดยปกติผู้หญิงจะเริ่มมี
ประจำเดือนเมื่อายุประมาณ 12 ปี ขึ้นไป รอบของการมีประจำเดือนแต่ละเดือนจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยทั่วไปประมาณ 28 วัน และจะมีทุกเดือนไปจนกระทั่งอายุประมาณ 50 - 55 ปี จึงจะหยุดการมีประจำเดือน โดยจะขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกาย

 

 

 

  การเกิดประจำเดือน

การมีประจำเดือน หรือรอบเดือน หรือระดู หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ เมนส์ “ หมายถึง  การมีเลือดออกจากภายในโพรงมดลูก  เพราะมีการสลายตัวของเยื่อบุมดลูก  เป็นการเปลี่ยนแปลง ระบบสืบพันธุ์ครั้งสำคัญ  เป็นความพร้อมของร่างกายที่เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์สามารถที่จะมีบุตรได้  เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดในเพศหญิง  ไม่ใช่ความเจ็บป่วย  ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ  ไม่ใช่
สิ่งที่น่าละอาย   คือเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น  รังไข่จะสร้างฮอร์โมนและผลิตไข่    ไข่จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างเต็มที่  เรียกว่า  ไข่สุก 
ไข่จะเจริญและสุกเดือนละ 1 ฟองสลับกันระหว่างรังไข่ข้างซ้ายและรังไข่ข้างขวา ไข่ที่สุกเต็มที่จะเคลื่อนจากรังไข่แล้วถูกพัดพาเข้าไปในท่อนำรังไข่หรือปีก มดลูก  เพื่อรอรับการผสมจากตัวอสุจิของเพศชาย ถ้าไข่ที่ผ่านเข้ามาในท่อนำไข่ถูกผสมกับตัวอสุจิก็จะเกิดเป็นเซลล์ชีวิตใหม่ ขึ้น  ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปฝังตัวในเยื่อบุมดลูก และเจริญเติบโตเป็นทารกต่อไป  ในขณะ  เดียวกันฮอร์โมนเพศหญิงที่ผลิตจากรังไข่ส่งไปตามร่างกายจะมีเกิดการเปลี่ยน แปลงของเยื่อบุมดลูก   โดยในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเยื่อบุมดลูกจะค่อยๆ หนาขึ้น
จนถึงกลางรอบเดือน  ( ประมาณวันที่ 14 )  ผนังมดลูกจะหนามากที่สุด  มีหลอดโลหิตมาเลี้ยงมากมาย  เตรียมพร้อมที่จะรับการเกาะฝังของไข่ที่ได้รับการผสมจากตัวอสุจิ  แต่ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสม  เยื่อบุมดลูกก็จะค่อยๆ หลุดลอก  หลอดโลหิตที่บริเวณเยื่อบุมดลูกลอกหลุดและฉีกขาดเกิดเป็นโลหิตไหลออกมาทาง ปากมดลูกผ่านช่องคลอดออกสู่ภายนอก  เรียกว่า ประจำเดือน

 
ระยะเวลาของการเกิดประจำเดือน

วัยรุ่นหญิงจะเริ่มมีประจำเดือน  เมื่ออายุราว13 –15 ปี  บางคนอาจจะเริ่มตั้งแต่อายุ10 ปี หรือบางคนอาจช้าไปถึงอายุ 17 ปี ก็ได้   ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ   โดยประจำเดือนจะไหลออกมาทางช่องคลอดประมาณทุกๆ  28  วัน  แต่อาจแตกต่างกันเร็วขึ้นหรือช้าลงได้ในระยะ 7 วัน  ประจำเดือนจะไหลออกมาครั้งหนึ่งๆ  ราว 100 – 200  ลูกบาศก์เซนติเมตร  และการมีประเดือนครั้งหนึ่งๆ  อาจใช้เวลา  2 – 7  วัน   โดยเฉลี่ยประมาณ  4 วัน    แล้วเลือดจะค่อยๆ  หายไปเอง  ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อเลือดออกแล้ว  กล้ามเนื้อมดลูกที่อยู่ล้อมรอบหลอดเลือดเหล่านั้นจะหดตัวพร้อมกันนั้นผนัง ของหลอดเลือดก็จะหดตัว  ทำให้ช่องภายในหลอดเลือดเล็กลงทีละน้อย  ขณะเดียวกันเลือดที่ไหลออกมาก็จะเกิดการแข็งตัวเป็นก้อนแข็งเล็กๆ  อุดตันปลายหลอดเลือดฝอยนั้นด้วยเลือดจึงหยุดไหล  ตามปกติประจำเดือนจะมีติดต่อหมุนเวียนกันไปทุกเดือน  จนกระทั่งอายุราว 45 - 50 ปี จึงจะหมดประจำเดือน  เรียกว่ากำลังเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ( เมโมพอส

 



ความคิดเห็น (1)
น่าสนใจ
1 วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม 2012 เวลา 06:09 น.
chadaporn

เป็นการเผยแพร่ความรู้ที่ดีมาก ขอชมเชย

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
หัวข้อ:
ความคิดเห็น:
  รหัส
กรอกรหัส:

ชมรมออนซอนฟิสิกส์
ที่ตั้ง ::   โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32  เลขที่ 15 ถ.นิวาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บรีรัมย์ 31000
Webmaster :::: Phaithul  Duagrit